Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
หน้าแรก » เนื้อหา » เครือข่ายพึ่งตนเอง » ความลี้ลับของนิยามเศรษฐกิจพอเพียง ตอนที่ 1
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
Main Menu
Main Category
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
ลิงค์
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท


สนับสนุนเรา

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

Technorati Profile

free counter with statistics

ความลี้ลับของนิยามเศรษฐกิจพอเพียง ตอนที่ 1

เขียนโดย tee
Sunday, 25 February 2007


เศรษฐกิจพอเพียงเหรอ? เออๆ อืมๆ ดีๆ นโยบายจากเบื้องบนคงต้องดีแหละมั้ง ก็เห็นท่านนายกฯก็เศรษฐกิจพอเพียง ท่านรัฐมนตรีก็เศรษฐกิจพอเพียง ท่านกำนันผู้ใหญ่ก็เศรษฐกิจพอเพียง ท่านสีท่านสาก็เศรษฐกิจพอเพียง ท่านพ่อค้าแม่ค้าก็เศรษฐกิจพอเพียง ใครจะเลือกใช้เศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ก็ได้ตามสะดวกไม่ว่ากันเป็นเรื่องของเสรีภาพในการเลือก แต่ขอทีอย่ายัดเยียด!!

"เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นความลี้ลับอย่างนึง ผู้พูดส่วนใหญ่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ ส่วนผู้ลงมือปฏิบัติจริงจังคนก็ดูว่าแปลกประหลาดแต่อย่างไรก็ตามพวกเค้าเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากไปกว่าการลงมือทำ

"เศรษฐกิจพอเพียง" เน้นให้พึ่งพาตนเองให้ได้ก่อน จงสร้างความเข้มแข็งจากภายในก่อนที่จะเข้าสู่สนามรบ พ่ายแพ้เค้ามาจะได้ไม่เจ็บตัวตายคาสนามรบและยังคลืบคลานเอาตัวรอดออกมาได้ การที่เน้นส่วนนี้ไปที่เกษตรกรนั้นเข้าใจได้ไม่ยากเพราะโดยพื้นฐานของเกษตรกรนั้นสามารถผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้แต่ถูกวิถีทุนนำพาเข้าสู่สนามรบที่ตัวเองไม่ถนัด จากเดิมที่ผลิตเพื่อเลี้ยงตัวเองกลายมาเป็นการผลิตโดยเอาตลาดเป็นที่ตั้ง จากกินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน กลายเป็นปลูกพืชชนิดเดียวที่ขายได้ราคาดีที่กำหนดโดยตลาด เกษตรกรเปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตมาเป็นซื้อทุกอย่างที่กิน ซื้อทุกอย่างที่ใช้ เกษตรกรปลูกข้าวขายข้าวเพื่อเอาเงินมาซื้อกับข้าวกิน เกษตรกรปลูกผักขายผักเพื่อเอาเงินมาซื้ออาหารกิน ทั้งที่ตัวเองสามารถผลิตเองได้โดยไม่ต้องซื้อแท้ๆ รูปการณ์อย่างนี้ย่อมเข้าขั้นผิดปกติ

นานวันเข้ากว่าจะรู้ตัว ก็สายเกินกว่าจะกลับลำทัน ถึงเวลาก็ถอนตัวไม่ขึ้นเพราะต้องอยู่ในวงจรหนี้ตลอดชีวิตในระบบเศรษฐกิจที่ว่า "ไม่เป็นหนี้จะรวยได้เหรอ ผมก็ร่ำรวยจากการเป็นหนี้มาก่อน" ในระบบเศรษฐกิจที่คิดว่า ทำมาก ได้มาก ทำน้อย ได้น้อย เกษตรกรจึงได้พากันลงทุนขยายเนื้อที่ไร่ ต้องจ้างวานคนอื่นเพราะทำด้วยตัวเองไม่ไหว เพิ่มผลผลิต ทำตัวเป็นนายทุนน้อย แต่ขาดความเชี่ยวชาญ สุดท้ายถึงเวลาขายผลผลิต ราคาขายก็ต้องพึ่งพิงราคาตลาดเพราะตลาดเป็นคนกำหนดราคาขายไม่ใช่เกษตรกร ขาดทุนอย่างไรก็ต้องขายไม่อย่างนั้นก็ต้องทิ้ง พอสิ้นเนื้อประดาตัวพ่ายแพ้ในสนามรบแล้วยังไม่มีฐานรองรับที่ดี จากนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นปัญหาสังคม นี่คือความชอกช้ำของเกษตรกรวิถีทุน

เศรษฐกิจพอเพียงเน้นให้ผลิตเพื่ออยู่ก่อนสิ่งอื่น ให้มีกินก่อน มีใช้ไว้ทีหลัง มีเหลือเมื่อไรค่อยขาย ไม่จำเป็นต้องขยายการผลิตให้ใหญ่โต ไม่ต้องจ้างวานผู้คนมากมาย ไม่ต้องใช้สารเคมีในการลงทุน ใช้แรงงานตัวเอง ถึงเวลาขายได้เมื่อไรนั่นคือกำไรเพราะไม่ต้องลงทุนสูงมากนักทำเท่าที่แรงตัวเองจะทำได้ โอกาสขาดทุนมีน้อย ถึงแม้ว่าจะขายไม่ได้ราคาก็ไม่อดตายเพราะผลิตเพื่ออยู่รอดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เศรษฐกิจพอเพียงสำคัญคือ "มีกิน"

* การอ้างถึงคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" เหล่านี้ไม่ได้ตีความตามแนวพระราชดำริโดยตรงเพราะทั้งหมดเป็นนิยามในแบบฉบับของตัวเองทั้งสิ้นแต่ก็มีส่วนคล้ายคลึงกับความหมายตามแนวราชดำริอยู่บ้าง

ลิงค์ถาวร

 
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net

Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function ereg() in /home/tee/domains/numthang.org/public_html/index.php:422 Stack trace: #0 {main} thrown in /home/tee/domains/numthang.org/public_html/index.php on line 422