Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
หน้าแรก » เนื้อหา » เครือข่ายพึ่งตนเอง » ความลี้ลับของนิยามเศรษฐกิจพอเพียง ตอน ทุนนิยมแบบพอเพียง (จบ)
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
Main Menu
Main Category
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
ลิงค์
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท


สนับสนุนเรา

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

Technorati Profile

free counter with statistics

ความลี้ลับของนิยามเศรษฐกิจพอเพียง ตอน ทุนนิยมแบบพอเพียง (จบ)

เขียนโดย tee
Friday, 02 March 2007


ไม่รู้ว่าจะได้จบจริงๆ ดังว่าหรือเปล่าพอดีมีคนจุดประกายเพิ่มอีก พร้อมๆ กับที่ตัวเองเขียน หลายๆคนรวมทั้งผมเอง ทุกวันนี้ชักจะเริ่มเลี่ยนคำว่า "พอเพียง" กันเหลือเกิน พาลจะไปต่อต้านคำๆนี้ด้วยซ้ำ ไม่ว่าคำใดถ้าถูกใช้ (โดยเฉพาะพวกพ่อค้าและนักการเมือง) อย่างพร่ำเพรื่อโดยหาสาระอะไรไม่ได้นั้น ไม่นานคำๆนั้นก็จะหมดความน่าเชื่อถือไปเอง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถลบล้างความหมายแต่ดั้งเดิมไปได้ เพียงแต่เลิกฮิตกันไปเท่านั้นเอง อย่างคำว่า "คอมมิวนิสต์" หลายคนก็ไปผูกกับจีนและโซเวียตซึ่งเหล่านั้นไม่ใช่สาระที่แท้จริงแถมยังบิดเบือน ทำให้คำๆนี้หมดความนิยมไปอย่างรวดเร็วในหมู่คนที่นิยมความฉาบฉวย รวมทั้งคำว่า "ประชาธิปไตย" ด้วยเช่นกัน


"เศรษฐกิจพอเพียง" ตามความหมายของผมนั้นไม่เปิดช่องให้สะสมกิเลส ลองถ้าเปิดช่องให้กิเลสแล้วความพอเพียงไม่บังเกิด ถ้าคิดจะพอเพียงต้องตัดกิเลส ดังนั้นการที่จะรวยได้แบบไม่เบียดเบียนผู้อื่นออกจะขัดกับทุนนิยมอย่างไปกันไม่ได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นคำพูดที่ว่า "เศรษฐกิจพอเพียงไม่ขัดกับทุนนิยม" หรือ "ทุนนิยมแบบพอเพียง" สำหรับผมแล้วไม่มี เข้าทำนองมือถือสากปากถือศีล เศรษฐกิจพอเพียงก็จะเอา(หรือแค่พูด) ความเชื่อมั่นต่างชาติก็แคร์ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุนจากต่างชาติ มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อแนวทางคนละเรื่องเลย

"เศรษฐกิจพอเพียง" ไม่ได้ห้ามคนร่ำรวย ของแพงๆมีได้ แต่ความร่ำรวยนั้นต้องไม่ได้มาด้วยการเบียดเบียนผู้อื่น ความร่ำรวยที่ไม่ได้เบียดเบียนใครดูออกจะเป็นความร่ำรวยในอุดมคติอยู่สักหน่อย หากคำพูดนี้เป็นจริงได้ ก็ออกจะสงสัยว่าคงเป็นความร่ำรวยแบบพออยู่พอกินซะมากกว่าที่จะเรียกว่าความร่ำรวยแบบตะกละตะกรามอย่างที่เห็นกันตามแวดวงนักการเมืองและพ่อค้า เพราะไม่อย่างนั้นแล้วความร่ำรวยที่ว่าจะต้องมีการเบียดเบียนคนอื่นไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอย่างแน่นอน แต่เอาเหอะ ความร่ำรวยมันวัดกันไม่ได้ คนบางคนมีเป็นหมื่นล้านยังไม่พอใช้เลย คำพูดที่ว่าไม่ได้ห้ามคนร่ำรวยนั้นเปิดช่องให้ความร่ำรวยทุกอย่างดำเนินต่อไปได้ตามปกติ เพราะถ้าปล่อยให้คนทั่วไปตีความความหมายของสิ่งนี้ อย่างที่ว่า "ไม่ได้ห้ามคนร่ำรวย" นั้นอันนี้พอเข้าใจได้ แต่อันหลังที่ว่า "โดยไม่เบียดเบียนคนอื่น" นั้น อันนี้ยังไงก็ไม่เข้าใจเว้ย ตัดทิ้งไปช่างหัวมันเพราะว่าอย่างน้อย "กูก็พอเพียงเหมือนกันเพราะเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ห้ามกูรวย วะฮ่าฮ่า"

"เศรษฐกิจพอเพียง" เน้นไปที่ การบริโภคน้อย (รวมทั้งการกินและการใช้สอย) พอเหมาะพอควรสำหรับมนุษย์ไม่ใช่สำหรับตัวเอง เพราะถ้าบอกว่าพอเพียงให้สมกับฐานะของตัวเองก็จะเปิดช่องให้คนมีหมื่นล้านก็จะมีรถร้อยล้าน คนมีพันล้านก็จะมีรถสิบล้าน คนมีร้อยล้านก็จะมีรถหลายล้านเอาไว้อำนวยความสะดวก ซึ่งไม่ว่าจะฐานะเพียงใดก็ตามความจำเป็นของมนุษย์ย่อมเท่าเทียมกัน นอกล้นไปจากนั้นนั่นคือกิเลส

"เศรษฐกิจทุนนิยม" เน้นไปที่ การบริโภคให้มาก ใช้จ่ายให้มาก ใช้สินค้าให้มาก เพื่อจะได้เพิ่มกำลังการผลิต ยิ่งเพิ่มก็ยิ่งได้มาก อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจยิ่งเติบโต ยิ่งจับจ่ายมาก ยิ่งรวยมาก ก็จะยิ่งได้รับการนับถือและชื่นชมจากบริษัทขายสินค้าและกระบวนการทำให้ลูกค้ากลายเป็นพระเจ้าของบริษัทขายของ ยิ่งผลิตมากยิ่งเกิดการจ้างงานมากขึ้น การถูกกดขี่ของแรงงานก็มีมากขึ้นจากการแข่งขันกันของบรรษัท ในเมื่อกระบวนการทุนนิยมสามารถทำให้ทุกคนเป็นพระเจ้าได้ แล้วใครล่ะที่ไม่อยากจะลองเป็นพระเจ้าดูบ้าง

ถ้าใครจะเรียกร้องเศรษฐกิจทุนนิยมแบบพอเพียง ผู้นำต้องมีจริยธรรม รู้จักพอ จ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและให้สวัสดิการที่เหมาะสมแก่ลูกจ้างนั้น ความยากอยู่ที่ถ้าไม่ลดต้นทุนเพื่อแข่งขันกับชาวบ้านแล้วจะอยู่ได้อย่างไร และถ้าใครจะมาบอกว่าพนักงานถือเป็นต้นทุนทรัพยากรอันมีค่าของบริษัทแล้วทำไมคนเค้าถึงชอบลดต้นทุนส่วนนี้ก่อนเป็นส่วนแรก การเรียกร้องความเป็นธรรมจากทุนนิยมทำได้ยาก เพราะสถานการณ์มักบีบบังคับให้ตัดแขนขาทิ้งเพื่อรักษาร่างกายเสมอ อันที่จริงธุรกิจเพื่อสังคมไม่ใช่ไม่มีซะทีเดียวแต่คงต้องงมเข็มกันหน่อยล่ะ เอาไว้จะหามาคัดค้านสะกิดข้อเขียนนี้ได้บ้าง

ดูๆ แล้วมันจะมีอะไรที่ไปกันได้บ้างล่ะ หืมม

* การอ้างถึงคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" เหล่านี้ไม่ได้ตีความตามแนวพระราชดำริโดยตรงเพราะทั้งหมดเป็นนิยามในแบบฉบับของตัวเองทั้งสิ้นแต่ก็มีส่วนคล้ายคลึงกับความหมายตามแนวพระราชดำริอยู่บ้าง

ลิงค์ถาวร

 
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net

Fatal error: Uncaught Error: Call to undefined function ereg() in /home/tee/domains/numthang.org/public_html/index.php:422 Stack trace: #0 {main} thrown in /home/tee/domains/numthang.org/public_html/index.php on line 422