Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
หน้าแรก » เนื้อหา » ข่าวและบทความอื่นๆ
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
Main Menu
Main Category
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
ลิงค์
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท


สนับสนุนเรา

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

Technorati Profile

free counter with statistics

นำทางฟาร์มกับเวิร์คช็อบงานไม้ Squatty Potty #1 "ขับถ่ายให้ได้ดี 35 องศา" (24/0)

เขียนโดย tee
Sunday, 12 November 2017


การนั่งขับถ่ายในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแบบนั่งราบเหมือนการนั่งเก้าอี้ แต่อาจกลับส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายเนื่องจากลำไส้ใหญ่ใกล้ทวารหนักจะถูกบิดในขณะนั่งราบ ทำให้อุจจาระไหลไม่สะดวกปัญหาจะไม่เกิดขึ้นหากเรานั่งยอง แต่เนื่องจากการนั่งยองมักจะมีปัญหากับผู้มีปัญหาด้านข้อ แถมนั่งนานๆ ก็เมื่อยมาก แต่เราสามารถแก้ไขให้การนั่งราบให้ดีต่อสุขลักษณะได้ โดยการรองขาให้สูงขึ้น!!



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

ขอร่วมเกาะปรากฏการณ์ "พอเพียงหรือเพ้อฝัน?" (1068/0)

เขียนโดย tee
Wednesday, 23 March 2016


จาก status ที่ได้รับการแชร์พอสมควร https://www.facebook.com/terasphere/posts/10153305471046809 ขอร่วมเกาะด้วยละกันในฐานะตัวจริง (คิดเอาเอง) ในวงการ

เอาล่ะ อย่างตัวเองก็จะขอเรียกว่าเป็นตัวจริงในวงการเกษตรพึ่งตนเองละกัน ถึงแม้จะทำจริงๆ ได้แค่สี่ห้าปี แต่ก็คิดว่ามาไกลพอสมควรและไม่คิดจะหวลกลับไปทำอย่างอื่นอีกแล้ว เราทำฟาร์มพึ่งตนเองอยู่บนเนื้อที่ 3 ไร่ (ใช้จริงไม่ถึงสองไร่หรือแค่หนึ่งไร่ก็พอเอาอยู่) รายได้บางส่วนมาจากขายต้นไม้ (แต่ช่วงปีนี้ 59 แทบไม่ได้ขายเลยแหละ) ขายผัก ไข่ ของสด ที่เหลือจากการบริโภคบ้าง แต่รายได้จากการเกษตรไม่ได้พอใช้จ่ายในบ้านทั้งหมด ต้องพึ่งรายได้จากส่วนอื่นๆ อยู่ดี เพราะไม่ได้เน้นการตลาดเพื่อขาย แต่เน้นการเอาชีวิตรอดกันเลยทีเดียว จึงไม่ได้มีของสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อการจำหน่ายโดยเฉพาะ แต่มีสารพัดไปหมดอย่างละนิดละหน่อย



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

Numthang the official logo (2745/0)

เขียนโดย tee
Monday, 04 January 2016


หลังจาก No Logo มาได้ 9 ปี ในที่สุดก็มีวันที่มี logo เป็นของตัวเองสักที "ใบกล้วย" ความหมายตรงตัว กล้วยคือสิ่งที่เราตั้งใจสะสม กล้วยโดยพื้นฐานแล้วมีมากกว่าสองร้อยสายพันธุ์หรืออาจจะเป็นพันสายพันธุ์ในอดีต กล้วยในตลาดปัจจุบันเหลือเพียง 5 สายพันธุ์ กล้วยรสชาติต่างกัน กล้วยเครือใหม่คือรสชาติใหม่ กินได้ กินง่าย กินอิ่ม ไม่ต้องปรุง กล้วยเป็นพืชพี่เลี้ยง โตง่าย ปลูกอะไรด้วยกันกับกล้วยก็จะงดงาม ณ.ตอนนี้เรามีกล้วยที่แตกต่างกันกว่า 60 สายพันธุ์ อนาคตถ้าเป็นไปได้จะพัฒนาแล็บเพาะพันธุ์เนื้อเยื่อขยายพันธุ์กล้วยที่เราโหวตกันแล้วว่าอร่อยจริงๆ ให้มากขึ้นเพื่อกระจายพันธุ์ปลูกให้ได้มากที่สุด

สนใจการออกแบบ Logo ติดต่อ คุณหวาน (ส่วนของ Font เราเลือกกันเอง)



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

How to NO Shampoo อยู่ยังไง ไม่สระผม (25013/0)

เขียนโดย toon
Friday, 06 March 2015


เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ที่เลิกใช้ยาสระผม สบู่ถูตัว และยาสีฟัน (แม้ทั้งหมดทั้งมวลที่เคยใช้จะใช้แบบสมุนไพรอยู่แล้ว) จึงรวบรวมประสบการณ์มาเล่าให้อ่านพอเห็นภาพว่าเราอยู่ได้ยังไงไม่ใช้ของพวกนี้ ไม่รู้สึกหยึกหยึยหยะแหยงกับตัวเองบ้างรึ พร้อมกับทิปเด็ดเคล็ดลับทั้งที่ศึกษาข้อมูลมาและที่ค้นพบเองมาตีแผ่ในภาษาไทย (เพราะภาษาอังกฤษมีคนเขียนเกี่ยวกับ #NoShampoo ตั้งเยอะแล้ว! ลอง search ดูหรือจะค้น hashtag นี้จาก facebook ก็ยังมี)

nopoo, noshampoo, no shampoo, alternative shampoo, organics shampoo, hair care, hair conditioner, shampoo, ยาสระผม, ครีมนวดผม, สมุนไพรสระผม, บำรุงผม

(รูปถ่ายเมื่อปลายเดือนม.ค.หลังจากผมไม่ได้โดนน้ำมา 5 วัน)



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

ชีวิตง่ายๆ จริงหรือ!? (1622/0)

เขียนโดย tee
Friday, 19 September 2014


เป็นคนหนึ่งที่อึดอัดกับการโฆษณาชวนเชื่อที่พยายาม simplify ความง่ายของการชีวิตปัจจุบันให้เป็นเรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคำพูดของ โจน จันได แต่ไม่เคยเขียนมันออกมาเลยเพราะนึกกลั่นมันออกมาไม่หมดได้แค่เป็นวรรคๆ ตอนๆ แน่นอนส่วนหนึ่งห่างหายจากงานเขียนเว็บของตัวเองไปมากเนื่องจากการเริ่มต้นชีวิตง่ายๆ อย่างยากเย็นกันอยู่นี่เอง แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธว่าชีวิตแบบที่เป็นอยู่นี่แหละที่ผมก็ยังเชื่อว่าวิเศษที่สุด แต่เรื่องราวมันจะง่ายแบบนั้นจริงหรือ?



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

บทเรียนนำทาง : คณิตคิดเอาเอง (3324/0)

เขียนโดย toon
Wednesday, 22 August 2012


หลายครั้งหลายตอนที่เขียนบันทึกบทเรียนของนำทางโดยที่เป็นบทเรียนที่เจ้าตัวเค้าจัดขึ้นมาเอง หรือแสดงออกมาให้เห็นเอง โดยไม่ได้สอน ไม่ได้จัดการใดๆ ให้มาก่อน ถ้าเรื่องสอนแล้วจำได้ สอนแล้วตอบได้ แม่ไม่ค่อยใส่ใจนัก เพราะเด็กเล็กๆ ส่วนมากก็สอนง่ายทั้งนั้น ลองบอกไปทีสองทีก็จำได้แล้ว แต่การไม่บอก ไม่สอน แล้วเกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง คิดเอง รู้เอง มันล้ำลึกกว่ามาก เพราะผลลัพธ์ไม่สำคัญเท่ากระบวนที่เกิดขึ้นระหว่างทาง



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

บทเรียนนำทาง : วิชาภาษาไทย 2 (3183/1)

เขียนโดย toon
Friday, 17 August 2012


ช่วงนี้เด็กกำลังบ้าแยกเสียงมากกก พูดอะไร อ่านอะไร แยกเสียงตลอด เออ...ดี ไม่ต้องบอกให้ลอง ไม่ต้องฝึกให้ทำ แต่อยากทำเอง เลยทำให้จับจุดการอ่าน-สะกดเองได้เร็วขึ้น และการที่นำทางพูดออกมาบ่อยๆ ทำให้แม่ได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างไปด้วย "ซอ สำ ลอ ลี กอ กับ คอ ขี้ ทอ เถ้า ... สำลีกับขี้เถ้า" ... เด็กจะใช้เสียงอักษรต่ำซะเป็นส่วนมากไม่ว่ารูปจริงๆ แล้วมันจะเป็นอักษรต่ำหรือสูง (ตัวอย่างที่ยกนี้นำทางพูดตอนที่ไม่ได้ชี้ดูที่หนังสือ แต่ถ้าชี้ดูก็จะพูดชื่อตัวอักษรถูกต้อง) ซึ่งถ้าเอาตามเสียงจริงๆ มันก็คงไม่ผิดอะไรนักเพราะถ้าไล่ตามเสียงวรรณยุกต์ เช่น ซอ สำ ของนำทาง > ซำ ส่ำ ซ่ำ/ส้ำ ซ้ำ สำ/ซ๋ำ เสียง ซ. มันก็ไปเป็นเสียง ส. ได้ (ซ๋ำ)



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (1 ความคิดเห็น)

บทเรียนนำทาง : วิชาภาษาไทย (2986/0)

เขียนโดย toon
Wednesday, 08 August 2012


เคยมีเล่าไปบ้างแล้วว่า บางอย่างไม่สอนลูกเลยได้เรียน(รู้)ด้วยตัวเอง สร้างกระบวนการเรียนรู้ในแบบของตัวเอง ได้คำตอบด้วยตัวเอง แล้วมันก็จะอยู่ฝังแน่นในใจยิ่งกว่ามีใครมาบอกมาสอนเสียอีก



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

เรื่องเล่าการยื่นขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (4948/0)

เขียนโดย toon
Friday, 08 June 2012


เริ่มเรื่องการดำเนินการยื่นขอจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (ระดับก่อนประถม) ของบ้านนำทาง เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2555 เข้าไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ (จากนี้ไปจะเรียกว่า สพป.กระบี่) เพื่อคุยเรื่องจดทะเบียนโฮมสคูลมา เจอจนท.คนแรก(ที่ไม่เกี่ยวข้องหรอก)บอกว่า "ต้องพวกเด็กพิเศษ เด็กมีปัญหา ออทิสติก บลาๆๆ ไรงี้ไม่ใช่หรอถึงจะจด" แกพูดวนกลับมาอีกรอบแต่มีเพิ่มเติมว่า "หรือเด็กเก่งมากเป็นพิเศษ .. มีปัญหาอะไรล่ะ" ตอบไปว่า "ปกติค่ะ อ้อ .. อาจจะเก่งมากไปค่ะ" ตอบไปเผื่อเค้าอยากท้าพิสูจน์ แล้วจะได้รีบจดให้ :P



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

โบรชัวร์ Numthang.Org (2941/0)

เขียนโดย tee
Wednesday, 11 April 2012




Numthang.Org มีแนวคิดไปที่การพึ่งพาตนเองเป็นหลักซึ่งหมายถึง ความสามารถในการมีชีวิตรอดอยู่ได้ด้วยการลดการพึ่งพาผู้อื่น ไม่ใช่จากทั้งรัฐบาล, ลูกค้า, เงินตราและกลไกตลาด เน้นความมีอิสระในการดำเนินชีวิต พยายามทำทุกอย่างที่จำเป็นด้วยตนเอง พยายามตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่ใครๆ เขาก็ทำกันว่า มันเป็นสิ่งที่ยั่งยืนหรือไม่ จะเห็นว่าทุกวันนี้เราทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง โดยเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างปัจจัยสี่ ซึ่งล้วนหามาได้จากการนำเงินเพื่อไปซื้อหามาเท่านั้น เราไม่รู้ที่มาด้วยซ้ำ หากว่าไม่มีคนทำแทน เราจะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้หรือไม่ ดังนั้นเราจึงต้องการบรรลุศักยภาพของตัวเอง ด้วยการหันกลับมาทำสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยที่ข้อมูล ทุกอย่างจะถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ของเรา ขอเชิญไปแวะเวียนเยี่ยมชมกันได้ที่ http://www.numthang.org



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

บทเรียนนำทาง : แพทยศาสตร์ (4299/0)

เขียนโดย toon
Friday, 06 April 2012


เหตุเนื่องมาจากนวดเท้าให้นำทาง ระหว่างนวดแม่ก็คุยไปเรื่อยว่า "เวลาเรานวดเท้าเนี่ยนะ นอกจากช่วยให้ผ่อนคลายแล้ว บางทีก็ยังใช้เป็นการรักษาโรคได้ด้วย เพราะว่าจากเท้าเรามีเส้นประสาทเชื่อมต่อไปถึงอวัยวะอื่นๆ ทั่วร่างกายเลย เช่น นวดๆๆๆ ตรงนิ้วโป้งนี้ จะเชื่อไปถึงสมองของลูก อืม...ตรงไหนอวัยวะอะไรบ้างแม่ก็จำไม่ค่อยได้แล้ว แม่เปิดให้ดูเอามั้ย" นำทางไม่พลาดแน่นอน เวลาคุยเรื่องอะไรจะชอบให้แม่เปิดหาข้อมูลเล่าให้ฟังหรือเปิดรูปให้ดูต่อให้เข้าใจ



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

ไม่สอนเลยได้เรียน(รู้) (2501/1)

เขียนโดย toon
Friday, 10 February 2012


วันนี้นำทางเก็บหิน 7 ก้อนหน้าบ้านมาเล่น นั่งเรียงหินแล้วก็นับเพิ่ม-ลดจำนวนหินตามที่มือตัวเองหยิบเข้า-ออกไปเรื่อยๆ แม่ไม่ตกใจแล้วหลังจากเคยเจอนำทางยกนิ้วบวก-ลบเองให้ฟังมาแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ก็แอบ advance มีแบบหลายชั้น "1+1+1 แล้วบวกอีก 1" อะไรอย่างนี้ พอออกไปกินส้มตำกันก็เอาไปเล่นด้วยแล้วก็นั่งบวก-ลบกับหินอีก ไปประชุมหมู่บ้านที่บ้านผู้ใหญ่บ้านก็ทำอีก ตอนเย็นเล่นอีก แต่คราวนี้เก็บ 11 ก้อน แม่เลยขอถ่าย VDO หน่อยนะ บันทึกการเรียนเองของลูกไง



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (1 ความคิดเห็น)

สอนลูกให้ถูกทาง : มีสติรู้กิเลส (2750/0)

เขียนโดย toon
Tuesday, 29 November 2011


ได้อ่านบทความนี้จากหน้า wall ของ พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo ชอบมาก แม้ว่าจะเคยสอนนำทางให้รู้จักตัวเองด้วยการบอกความรู้สึกตัวเองออกมา แต่พอได้อ่านบทความนี้ก็เลยเก็บทริกเล็กๆ มาใช้กับนำทางเพิ่ม และมันก็เยี่ยมยอดจริงๆ ไปอ่านบทความต้นฉบับกันก่อน

มีแม่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งลูกซึ่งอายุแค่ ๔ ขวบ ไม่พอใจย่ามาก ที่เอาดอกไม้กระดาษของตัวเองมาผสมกัน แทนที่จะแยกคนละสี แม่อาสาว่าจะช่วยแยกให้ แต่ลูกก็ไม่ยอม ยืนยันจะให้ย่าทำให้เหมือนเดิม

ปกติคนเป็นแม่ ถ้ารู้ว่าลูกโกรธย่า แม่ก็จะบอกว่า อย่าโกรธย่านะลูก มันไม่ดี แต่แม่คนนี้ไม่ทำอย่างนั้น แม่ถามว่า

"ลูกโกรธย่ามากใช่ไหมที่มาทำของลูกเสีย ไหนลูกบอกแม่ซิ ว่าลูกโกรธย่าแค่ไหน เท่านี้หรือ"

แล้วแม่ก็กางมือออกเล็กน้อย เด็กยังเงียบ แม่จึงกางมือใหญ่กว้างแบบเท่าฟ้า คราวนี้ลูกกางมือออกเท่าฟ้าเหมือนแม่ แสดงว่าลูกโกรธย่าเท่าฟ้า แถมยังบอกแม่ให้ไปบอกย่าด้วยว่าลูกโกรธย่าตั้งเท่านี้ ถ้าเป็นแม่ทั่วไปก็ต้องตกใจที่ลูกโกรธย่าเท่าฟ้า แต่แม่ไม่ตระหนก แม่บอกลูกว่า ได้เลยลูก แม่จะไปบอกย่าให้ พูดแค่นี้ ลูกก็เดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แม่ไม่ได้สอนลูกให้ต้านกิเลส หรือให้กดข่มความโกรธ แต่แม่ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนให้ลูกเห็น ว่าตัวเองมีความโกรธแค่ไหน พอเด็กเห็นปุ๊บ สติเกิดขึ้น ความโกรธก็ค่อยๆ หายไป

แม่คนหนึ่งก็เล่าคล้าย ๆ กัน ลูกชื่อน้องเพลง อายุแค่ ๓ ขวบครึ่ง เสียใจเพราะกบตาย ร้องไห้ไม่หยุด ทีแรกแม่ก็ใช้วิธีปลอบใจ แต่พูดอย่างไรก็ไม่ได้ผล แม่เลยเปลี่ยนวิธีใหม่ โดยทำหน้าที่สะท้อนความรู้สึกของลูก แม่พูดกับลูกว่า

"น้องเพลงเสียใจที่กบตายใช่ไหม?"

น้องเพลงก็พยักหน้า เสร็จแล้วแม่ก็นั่งอยู่ข้างๆ กับลูกเงียบๆ ไม่ได้บอกลูกเลย ว่าอย่าเสียใจนะลูก มันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ถ้าพูดอย่างนั้นเด็กไม่รู้เรื่องนะ แม่เพียงแต่ให้เด็กรับรู้ความรู้สึกของเขาโดยที่แม่เป็นตัวสะท้อน พอแม่พูดอย่างนี้ เด็กก็เห็นความรู้สึกของตัวว่ากำลังเสียใจที่กบตาย ความรู้สึกตัวก็เกิดขึ้น พอความรู้สึกตัวเกิดขึ้น ความเสียใจก็ค่อย ๆ หายไป

แม่กำลังสอนลูกให้รู้ทันกิเลส ให้รู้ทัน อารมณ์อกุศล นี่ก็เป็นวิธีการแบบพุทธ ส่วนใหญ่เราจะใช้วิธีการสอนให้เด็กต้านกิเลส ซึ่งก็ดีอยู่ แต่ว่ามันไม่ใช่เป็นวิธีเดียวที่ใช้ได้ ยังมีวิธีอื่นคือการทำให้เด็กรู้ตัว

พระไพศาล วิสาโล



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

บทเรียนนำทาง : กรอบแห่งสิทธิและเสรีภาพ (2120/1)

เขียนโดย toon
Monday, 28 November 2011


ส่วนตัวแล้วคิดว่า "สิทธิและเสรีภาพ" ในแต่ละคนคงมีความหมายตามความเข้าใจและความต้องการให้เป็นต่างกันอยู่บ้าง แต่ทุกคนก็จะมีกรอบของศีลธรรมและกฎหมายที่ทำให้เราได้ใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพราะการมีสิทธิและเสรีภาพไม่ได้หมายถึงการทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจตนเองต้องการ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบใดๆ

 



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (1 ความคิดเห็น)

บทเรียนนำทาง : เรียนคณิตกับหุ่นนิ้ว (3114/0)

เขียนโดย toon
Thursday, 17 November 2011


เคยทำหุ่นนิ้วเล่นกันเองมาแล้ว ตอนนั้นใช้กระดาษธรรมดา วาดหน้าตา เอากระดาษสีแปะเป็นเสื้อ แบบง่ายๆ และบอบบางไปหน่อย ตอนนี้มันเลยสลายตัวไปเรียบร้อย เมื่อคืนนำทางเปิดเห็นรูปหุ่นนิ้วแล้วเลยถามถึง แม่ก็ไม่รู้ว่าลูกเก็บไว้ไหนเหมือนกัน เพราะปกติลูกเก็บของลูกเอง อะไรอยู่ไหนแม่ไม่ค่อยรู้ด้วย แต่พอไม่ได้เล่นนานคุณเธอก็ลืม นำทางเลยชวนแม่ทำหุ่นนิ้วใหม่ วันนี้ก็เลยพากันทำแบบให้มันแข็งแรงขึ้นหน่อยด้วยกระดาษแข็ง และตกแต่งสวยงามกว่าเดิม

หุ่นนิ้ว, puppet



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

กรรมข้ามภพข้ามชาติ....ยังไง(จะเข้าใจไหมเนี่ย)! (2461/0)

เขียนโดย Phranoi
Tuesday, 04 October 2011


วันนี้ข้าพเจ้าแปลเรื่องราวจากหนังสือ  The Buddha And His Teachings ผลงานท่าน Narada Thera ตอนที่ไม่ยาว...

แต่เรียบเรียงและอ่านทวนอยู่นานมาก เพราะเป็นเรื่องที่อย่าว่าแต่คุณโยมๆทั้งหลายเลย พระสงฆ์หลายๆรูป(ข้าพเจ้าเป็นหัวแถวเลยทีเดียว)...ก็เข้าใจยาก

และอธิบายยากอีกเหมือนกัน....นั่นคือเรื่องของการที่"กรรม"ส่งผลข้าม"ชาติภพ"ที่มีความตายมาคั่นอยู่ตรงกลางได้อย่างไร....

แล้วยังมีประเด็นเชิงศีลธรรมว่าถ้าเราจำกรรมที่ทำไว้ในชาติก่อนไม่ได้แล้วผลมาแตกโป๊ะ...ตรงหน้าเราเอาในชาตินี้แล้วมันยุติธรรมกะเราไหมเนี่ย...

ตอนอ่านน่ะสนุก แต่ตอนจะถ่ายทอดนี่....ข้าพเจ้าก็ลำบากใจอยู่เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ขึ้นขี่ม้าแล้วจะลงเอากลางทางก็ใช่ที่....ข้าพเจ้าขอเสนอบทความที่แปลจากตอนหนึ่งในหนังสือดังกล่าวข้างต้นนั้น

ในบทที่ชื่อว่า Moral Responsibility หรือในพากย์ไทยว่า "ความรับผิดชอบทางศีลธรรม" ให้ท่านพิจารณา

ถ้าไม่เข้าใจ...โทษข้าพเจ้า เพราะพระอาจารย์นารทเถระท่านเขียนไว้ของท่านดีเหลือเกิน เข้าใจได้ชัดเจนสมเหตุสมผลแจ่มแจ้งแล้ว

ขอเชิญท่านลองค่อยๆอ่าน(แล้วก็ถ้าจะติก็ค่อยๆตินะ...พอเป็นแรงใจให้ทำงานต่อ) ได้ ณ บัดเดี๋ยวนี้
......!!!



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

"กรรม" คิดแบบเซนๆ....เป็นยังไง (2354/0)

Array


สัปดาห์นี้ ข้าพเจ้าอ่าน บล็อกของฝรั่งที่เป็นพุทธแนวเซน ชื่อบล็อกคือ Breathe

ซึ่งผู้เขียนใช้ชื่อว่า zensquared ในหัวเรื่อง "Questions about Karma" เห็นว่าน่าสนใจจึงนำมาแปลไว้ที่นี่พร้อมด้วยลิงค์ไปยังบล็อกต้นฉบับด้วย

เผื่อมีคนสนใจแนวคิดแบบ"พุทธฝรั่ง" ซึ่งเขามีหลายครูบาอาจารย์กันมาก
และการเจริญสมาธิภาวนาของเขาดำเนินควบคู่ไปกับการติดตามหาคำตอบหาคำถามในความเป็นอยู่คือของตัวเขาและสรรพสิ่งอยู่ตลอด
ทั้งจากตำรา จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากการเข้ารับฟังคำสอนจากครูบาอาจารย์
ดูเหมือนว่าหลัก "กาลามสูตร"จะเห็นชัดมากในกลุ่ม"พุทธฝรั่ง"นะ.....
แต่ไม่ทั้งหมดหรอก ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปหมดหรอก
ข้าพเจ้าแปลลิงค์นี้มาเสนอเพื่ออยากให้ลองพิจารณาวิธีคิด วิธีตั้งคำถรามของเขาด้วยนั่นแหละ
เผื่อมีใครชอบอย่างนี้....
 
 


อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

ข้าพเจ้าจะลองเขียนบล็อก"พุทธ"ละนะ... (1720/6)

เขียนโดย Phranoi
Wednesday, 28 September 2011


ข้าพเจ้าเป็นพระแก่ๆ อยู่วัดบ้านนอกที่อีสาน
ฝึกตัวฝึกตนศึกษาหาความรู้ไปพลางช่วยโรงเรียนในหมู่บ้านสอนหนังสือไปพลาง
คุณแม่นำทาง เมตตาส่งหนังสือหนังหามาให้อ่านกระตุ้นสมอง(ที่เริ่มเสื่อม) ข้าพเจ้าอ่านแล้วจึงคิดอยากเล่าต่อ
เผื่อผู้อื่นได้ประโยชน์มั่ง ตัวข้าพเจ้าก็ฝึกทักษะการสื่อสารบนโลกออนไลน์ไปด้วย
คุณป๊านำทางก็ช่วยเปิดพื้นที่ให้ลองเขียนบล็อกดู....
ข้าพเจ้าจึงจะมีคุณสมบัติอื่นๆต่อท้ายเวลาแนะนำตัวว่า
....ข้าพเจ้าเขียนบล็อกด้วยนะ ฟังดูเข้าทีเหมือนกันนะ....



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (6 ความคิดเห็น)

จินตนาการ ไม่สร้างก็อย่าทำลาย (3520/0)

เขียนโดย toon
Friday, 26 August 2011


"สมองซีกขวาสามารถพัฒนาได้มากในช่วง 4-7 ปี  สมองซีกซ้ายช่วง 9-12 ปี สมองทั้งสองด้านจะเจริญเต็มที่ที่อายุ 11-13ปี  (Hannaford  1995) เพราะฉะนั้น เราควรกระตุ้นสมองเด็กอายุ 4-7 ปี ด้วยการฝึกฝนการเพิ่มจินตนาการ (สมองซีกขวา) ได้แก่ การละเล่นต่างๆ เล่นแสดงเป็นตัวละคร การสร้างบ้าน แต่งตัวตุ๊กตา ตัวต่อรถยนต์ เครื่องบิน ทำของเล่นเอง เช่น ก้านกล้วย กะลามะพร้าว วาดภาพ ระบายสีตามจินตนาการ มากกว่าเรียนรู้ในบทเรียน ซึ่งควรจะเริ่มเพิ่มสาระการเรียนรู้ (สมองซีกซ้าย) ที่อายุ 9-12 ปี แต่ไม่ควรมากเกินไป และต้องมีกระบวนการกระตุ้นสมองให้ครบทุกด้านโดยสม่ำเสมอ เพื่อมิให้สมองขาดการกระตุ้นความคิดด้านต่างๆ (เพื่อป้องกัน Neural Pruning)"

โอเค อันนี้คือทฤษฎีที่ save ลง note ไว้นานแล้ว เลยจำที่มาไม่ได้ แต่อยากยกมาเกริ่นนำนิดนึง



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

สอนลูกให้รู้จักคิด (3499/0)

เขียนโดย toon
Friday, 19 August 2011


บทความนี้ เห็นชื่อแล้วอย่าคิดว่าเป็น How to, คู่มือพ่อแม่ หรือทฤษฎีวิชาการอะไรเลย เพราะมันเป็นวิธีการส่วนตัว (ที่เก็บเล็กผสมน้อยมาจากหนังสือ บทความ และพัฒนาการทางความคิดของตัวเอง) ที่ดูตามพัฒนาการของลูก อุปนิสัย ความคิดอ่าน และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามวัย เรียกว่า designed for Numthang แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องเอาไปใช้นะ ใช้เหอะ ดี ขอบอก 555 (มั้ง)



อ่านเพิ่มเติม
อ่านความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)


หน้า : 1 | 2 | 3 | 4 >>
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net
Deprecated: Function ereg() is deprecated in /home/tee/domains/numthang.org/public_html/index.php on line 422