An Inconvenient Truth ภาษาไทยแปลตรงๆ ก็น่าจะประมาณ "ความจริงที่ทำให้เราไม่สะดวกสบายอีกต่อไป" "ความจริงที่แสนลำบาก" "ความจริงที่ไม่น่าฟัง" "ความจริงที่ไม่อยากได้ยิน" "ความจริงที่ไม่อยากพูดถึง" ถ้าบ้านบ้านหน่อยเอาไว้โฆษณาให้น่าตื่นเต้นคงจะใช้ชื่อว่า "เรื่องจริงช็อคโลก" อะไรประมาณนั้น
หนังเรื่องนี้เป็นหนังสารคดีจากผู้ที่เคยเป็น "ผม อัล กอร์ อดีตว่าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา" เป็นมุขตอนต้นเรื่องแนะนำตัวสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ชมแต่ อัล กอร์ ก็ออกตัวว่าผมว่ามุขนี้ไม่ขำนะ (55 ขำเข้าไปใหญ่) กอร์ ยกคำกล่าวที่ว่า "สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา ไม่ใช่สิ่งที่เราไม่รู้ แต่คือสิ่งที่เรามั่นใจว่ารู้ แต่รู้ไม่จริง" 'Mark Twain' ด้วยสมมติฐานที่ว่า โลกนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาลนัก คนตัวเล็กๆ อย่างเราจะไปทำอันตรายให้กับโลกได้อย่างไร แต่ในความเป็นจริงเราทำลายมันตรงๆไม่ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนองค์ประกอบของมันได้ ด้วยการทำให้ชั้นบรรยากาศหนาขึ้นมากพอที่จะทำให้รังสีความร้อนไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปนอกโลกได้ด้วย ก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) ทำให้โลกร้อนขึ้น กอร์นำเสนอเรื่องราวที่เป็นวิชาการที่เข้าใจง่าย โดยการยกตัวอย่างเป็นกราฟเป็นรูปภาพ Animation และหนังการ์ตูนตลอดทั้งเรื่อง ภาพเหตุการณ์ในอดีตถึงปัจจุบันถูกแสดงออกมาเปรียบเทียบไม่ว่าจะเป็น เทือกเขาคิลิมันจาโร เทือกเขาแอลป์ อเมริกาใต้อย่างอาร์เจนตินา ลานน้ำแข็งหายไปอย่างน่าใจหาย ในช่วงระยะเวลาไม่กี่สิบปีหลังปฏิวัติอุตสาหกรรมเท่านั้นเอง 10 ปีที่ร้อนที่สุดที่วัดได้มามันอยู่ในช่วง 14 ปีสุดท้ายนับจากปัจจุบัน ปีที่ร้อนที่สุดคือปี 2005 สถิติการตายจากความร้อนสูงขึ้น มีการอธิบายการเกิดพายุครั้งรุนแรงที่สุดเฮอริเคนแครีนาครั้งที่ผ่านมาที่นิวออลีนส์ ยิ่งมหาสมุทรร้อนมากขึ้นเท่าไร พายุก็ยิ่งรุนแรงหนักขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากโลกร้อนทั้งสิ้น หนังสอดแทรกเรื่องราวการเมืองโดยแอบเหน็บคู่แข่งขันทางการเมือง (บุช) ด้วยเล็กน้อย อย่างสิ่งที่จะถูกประชาชนเพิกเฉยได้โดยง่ายอย่างเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ไม่ยากที่จะถูกเพิกเฉยจากนักการเมืองด้วยเช่นกัน การทำงานด้านการเมืองของกอร์จะเน้นย้ำให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องพวกนี้ กอร์คิดว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้พวกเขาตกใจได้บ้างแต่ผลคือ ไม่เลย หลังจากที่กอร์ผิดหวังจากการเลือกตั้งปริศนาที่พ่ายแพ้ให้กับบุชในฟลอริด้า กอร์ยังคงเดินหน้าพันธกิจของตัวเองต่อไปถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นประธานาธิบดี ด้วยการออกเดินสายบรรยายเรื่องนี้ตามมหาลัยหลายแห่งทั่วโลกตลอด 8 ปีที่ผ่านมา หนังเรื่องนี้จะทำให้เราตระหนักถึงปัญหาของคนทั้งโลก ไม่ใช่ของตัวเอง ครอบครัว เครือญาติหรือเพื่อนฝูง ในตอนท้ายหลังจากจบเนื้อเรื่องหลักแล้วจะมีสิ่งที่หนังนำเสนอให้พวกเราทุกคนได้มีส่วนร่วมในการช่วยกันปกป้องโลก Are you ready to change the way you live? คุณลดการปล่อย CO2 ให้เหลือศูนย์ได้ โดย ใช้หลอดประหยัดไฟ ปรับเครื่องควบคุมอุณหภูมิทั้งร้อนและเย็นให้เหมาะสม นำของมาใช้ซ้ำ ซื้อไฮบริดคาร์ เดินหรือขี่จักรยาน ถ้าทำได้ ใช้รถรางและขนส่งมวลชน บอกพ่อแม่คุณว่าอย่าทำลายโลกที่คุณจะต้องอาศัยต่อไป หากคุณเป็นพ่อแม่ให้ร่วมมือกับลูกเพื่อช่วยเหลือโลก เปลี่ยนไปใช้พลังงานทดแทน โทรถามบริษัทพลังงานว่าได้ใช้เชื้อเพลิงที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือไม่ หากว่าไม่ ให้ถามว่าทำไม? เลือกผู้นำที่สัญญาว่าจะแก้ไขวิกฤตนี้ เขียนจดหมายถึงสภา หากพวกเขาไม่ฟัง จงลงสมัครเลือกตั้ง ปลูกต้นไม้ให้มากที่สุด ปราศรัยในชุมชนให้ตื่นตัวในเรื่องนี้ โทรไปรายการวิทยุ เขียนถึงหนังสือพิมพ์ ยืนยันให้อเมริกาจำกัดการปล่อย CO2 ร่วมมือกับนานาชาติเพื่อยุติภาวะโลกร้อน ลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างชาติ สนับสนุนการผลิตน้ำมันจากภาคเกษตร ยกระดับมาตรฐานพลังงานให้เครื่องยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ ถ้าหากคุณเชื่อเรื่องการสวดมนต์ จงสวดอ้อนวอน ให้มนุษย์กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับสุภาษิตแอฟริกันโบราณ "When you pray, move your feet" ขณะสวดอ้อนวอนจงอย่างอมืองอเท้า ขอให้ทุกคนที่คุณรู้จัก ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เรียนรู้เรื่องวิกฤตสภาพอากาศให้มากที่สุดแล้วนำความรู้มาปฏิบัติ อย่างอมืองอเท้า อย่าคิดว่าเรื่องไม่ใช่ อย่าคิดว่าเราจะอยู่อีกไม่กี่ปีแล้ว ถ้าเชื่อเรื่องเกิดใหม่ คุณจะได้ไปเกิดใหม่ ถ้าคุณไม่เชื่อ ลูกหลานคุณก็จะเดือดร้อน อย่าคิดว่าเราทำอะไรไม่ได้ในเมื่อเราร่วมกันทำลายโลกได้เราก็ต้องร่วมมือกันปกป้องโลกได้ อ่านรายละเอียด "โครงการเผยแพร่หนังสารคดีเรื่อง An Inconvenient Truth"