N
umthang
C
ommunity
Numthang.Org
อ่านว่า "นำทาง"
Numthang.org กับ "โครงการอาสาสร้างบ้าน(ดิน)นำทาง" รับอาสาสมัครมาสร้างบ้านดินในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าบ้านจะเสร็จ กดเข้าไป
อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หน้าแรก
»
เนื้อหา
»
เครือข่ายพึ่งตนเอง
» ความลี้ลับของนิยามเศรษฐกิจพอเพียง ตอนที่ 2
เจ้านี่มันเอาไว้ทำอะไร
ค้นหา
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา
ลงทะเบียน
ยกเลิก
Main Menu
หน้าแรก
กระดานสนทนา
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
เดินทางมาหาเรา
สมุดเยี่ยม
Main Category
สิ่งแวดล้อม
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่ายพึ่งตนเอง
ข่าว,บทความอื่นๆ
Blog เลย
User Menu
E-Mail
รหัสผ่าน
จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
Links
สิ่งแวดล้อม
»
Green Peace
»
EREC
»
IPCC
»
Energy Fantasia
»
World Changing
»
Thai Climate
ที่อยู่อาศัย
»
สยามบ้านดิน
»
บ้านดินดอทคอม
»
บ้านดินอาศรม
»
baandinthai
อาหารและยา
»
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
»
ลานข่าวสุขภาพ
»
มูลนิธิสุขภาพไทย
»
สสส.
»
ธรรมชาติบำบัดบัลวี
เครือข่าย
»
ดร. เสรี พงศ์พิศ
»
เกษตรกรรมยั่งยืน
»
เศรษฐกิจพอเพียง
อื่นๆ
»
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
»
ประชาไท
»
Manager
»
โอเพ่น ออนไลน์
»
Blognone
»
ฟ้าเดียวกัน
»
คลับคนใช้อูบุนตู
»
Ok Nation Blog
»
GoToKnow
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท
สนับสนุนเรา
ความลี้ลับของนิยามเศรษฐกิจพอเพียง ตอนที่ 2
เขียนโดย
tee
Wednesday, 28 February 2007
ตอนนี้จะพูดถึงนอกภาคการเกษตรกลุ่มคนที่ไม่ใช่เกษตรกร ส่วนใหญ่จะอยู่ในตัวเมืองทั้งต่างจังหวัดและเมืองกรุง สำหรับเหล่าลูกจ้าง ชนชั้นแรงงาน (ใครก็ตามที่หยุดวันแรงงานนั่นแหละชนชั้นแรงงานล่ะ) ชนชั้นล่าง ชั้นกลางขั้นต่ำป.ตรี ถึง ป.เอก ทั้งหลาย โดยหลักการแล้วก็คล้ายคลึงกัน ขาดแต่ทรัพยากรและความสามารถในการผลิตอาหาร (ผลิตนะไม่ใช่จ่ายเงินซื้อไปประกอบอาหาร) เพราะว่าภาคการผลิตแรงงานในโรงงานมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่ได้ฝึกอบรมมาทางด้านนี้
ดังนั้นความสามารถในการพึ่งตนเองได้โดนตัดทิ้งไปอย่างนึงแล้วโดยกระแสหลักปัจจุบันที่ว่า "เงินคือพระเจ้า" ดังนั้นไม่ต้องคิดอย่างอื่นหาเงินอย่างเดียวเท่านั้นแหละดี คนกลุ่มนี้จะไม่สามารถหาอาหารยัดปากตัวเองได้ถ้าขาดเงินซื้ออาหารกิน วันนี้คนกลุ่มนี้อ่อนเปลี้ยเสียความสามารถอันสำคัญของมนุษย์ไปแล้ว ความจริงที่หดหู่ยังมีตามมาอีก เพราะไม่ใช่แค่ต้องหาเงินมาซื้ออาหารเท่านั้น ยังต้องหาเงินมาซื้อกิเลสและอื่นๆ อีกมากมายที่คิดว่าจำเป็น ก็ยิ่งทำให้เกิดทุกข์มากขึ้น (กลับไปอ่าน
สมการความเครียด
)
แล้วสงครามแย่งชิงทรัพยากรเงินตราก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อทุกอย่างถูกซื้อได้ด้วยเงิน คนกลุ่มนี้ต้องยึดเป็นสรณะเลยว่าต้องหาเงินเท่านั้นจึงจะอยู่รอดได้ อันความเป็นจริงของเงินแล้วเงินในระบบไม่ได้มีน้อย มันมีเยอะมากแต่ความสามารถในการหาเงินไม่เท่ากัน เงินมันไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนไม่กี่เปอร์เซนต์เท่านั้น เพื่อความอยู่รอดในปัจจุบันทุกคนจึงได้พยายามแย่งเศษเงินแลกกับหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเองเพื่อให้ได้เงินมาเพื่อความอยู่รอดจากกลุ่มคนไม่กี่เปอร์เซนต์ นี่คือความจริงอย่าหลอกตัวเอง เจอสงครามมหึมาขนาดนี้แล้วเศรษฐกิจพอเพียงมันผ่ามาจากไหนกันนะที่จะเข้ามาขัดขวางหนทางแห่งชีวิตของคนกลุ่มนี้ไปได้
คนกลุ่มนี้ไม่มีทางเลือกมากนักและมีความเสี่ยงสูง เพราะเงินตราอย่างเดียวเท่านั้นที่เป็นที่สุด ไม่มีเงินเป็นอดตาย ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ อดออม ไม่ใช้จ่ายเกินตัว ไม่สร้างหนี้ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมเพื่อทำการค้าหรือธุรกิจ มีเงินแค่ไหนทำแค่นั้น ค่อยๆก้าวสะดุดหกล้มจะได้ไม่เจ็บตัวมากนัก โดยเฉพาะการสร้างหนี้ที่ก่อเกิดจากกิเลสด้วยแล้วยิ่งไม่เด็ดขาด มีเงินแล้วค่อยซื้อ ถ้าไม่จ่ายได้ก็ยิ่งดี และต้องไม่ใช้จ่ายพอดีตัว (ไม่เหลือพอให้เก็บ) ใช้ให้น้อยเท่ากับมนุษย์ที่จำเป็นต้องใช้ ความมั่นคงของคนกลุ่มนี้คือเงินตราเท่านั้น ดังนั้น จงอดออม ลดกิเลส และอย่าคิดว่าตัวเองจะมีเงินเข้ามาอยู่ตลอด หยุดงาน ตกงาน บริษัทเจ๊ง จะเคว้งทันที อยู่เฉยไม่ได้ต้องรีบหางานใหม่ทันที นี่เป็นความชอกช้ำของคนกลุ่มนี้
"เศรษฐกิจพอเพียง" ต้องมีพื้นฐานอยู่ที่ความพอเพียงของคนในสังคม เพราะถ้าทุกคนต่างไม่พอเพียงแล้ว หายนะจะเกิดกับทุกๆคนได้เท่าเทียมกัน เมื่อมีปัญหาการเหลื่อมล้ำกันของสังคม คนจนคนรวยย่อมอยู่ไม่สุขพอๆกัน คนจนต้องต่อสู้เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดแม้ว่าจะต้องปล้นชิง คนรวยต้องคอยระแวงกลัวการจี้ปล้นทรัพย์สมบัติที่ตัวหามาได้ เมื่อคนส่วนใหญ่รู้จักพอเพียงการแก่งแย่งจะไม่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทุกคนบริโภคน้อย ภาคการผลิตก็จะลดน้อยลง กระบวนการจ้างงานลดน้อยถอยลง เศรษฐกิจก็จะถอยลง (อันนี้ใครว่าไม่ดีผมว่าดี) เมื่องานน้อยเศรษฐกิจถอยคนก็เข้ามาเบียดเสียดในเมืองน้อยลง คนแย่งงานกันน้อยลง การเบียดเบียนแรงงานก็น้อยลง การเดินทางก็จะน้อยลง การขุดเจาะน้ำมันก็น้อยลง การเผาผลาญทรัพยากรเพื่อใช้ในการผลิตน้อยลง เมื่อการเผาผลาญน้อยลง อัตราการทำลายล้างโลกก็น้อยลง คนกลับไปสู่กระบวนการผลิตแบบดั้งเดิมคือผลิตเพื่ออยู่เหมือนกับสัตว์โลกทั่วๆไป
จะว่าไปทุกวันนี้ชักจะแยกไม่ออกซะแล้วกับปัญหาของเกษตรกรและกลุ่มคนในเมืองอาจเป็นเพราะโลกานุวัตรพาเราไปทางเดียวเหมือนๆกันหมด
* การอ้างถึงคำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" เหล่านี้ไม่ได้ตีความตามแนวพระราชดำริโดยตรงเพราะทั้งหมดเป็นนิยามในแบบฉบับของตัวเองทั้งสิ้นแต่ก็มีส่วนคล้ายคลึงกับความหมายตามแนวราชดำริอยู่บ้าง
ตอบกระทู้
ชื่อ
*
E-Mail
หัวข้อ
*
บอร์ดโค้ด
สี
มาตรฐาน
แดง
ม่วง
น้ำเงิน
เขียว
เหลือง
ส้ม
น้ำเงินเข้ม
น้ำตาล
ทอง
เงิน
ขนาด
เล็กมาก
เล็ก
ธรรมดา
ใหญ่
ใหญ่มาก
Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
หน้าแรก
::
กระดานสนทนา
::
เกี่ยวกับเรา
::
ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a
Creative Commons Public Domain License
.
RSS Generator by
FeedCreator
Thank to Inspros.net