N
umthang
C
ommunity
Numthang.Org
อ่านว่า "นำทาง"
Numthang.org กับ "โครงการอาสาสร้างบ้าน(ดิน)นำทาง" รับอาสาสมัครมาสร้างบ้านดินในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าบ้านจะเสร็จ กดเข้าไป
อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หน้าแรก
»
Blogger
»
Blog เลย
» เรื่องหักมุมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเพลง
เจ้านี่มันเอาไว้ทำอะไร
ค้นหา
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา
ลงทะเบียน
ยกเลิก
Main Menu
หน้าแรก
กระดานสนทนา
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
เดินทางมาหาเรา
สมุดเยี่ยม
Main Category
สิ่งแวดล้อม
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่ายพึ่งตนเอง
ข่าว,บทความอื่นๆ
Blog เลย
User Menu
E-Mail
รหัสผ่าน
จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
ผู้สนับสนุน
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
»
Green Peace
»
EREC
»
IPCC
»
Energy Fantasia
»
World Changing
»
Thai Climate
ที่อยู่อาศัย
»
สยามบ้านดิน
»
บ้านดินดอทคอม
»
บ้านดินอาศรม
»
baandinthai
อาหารและยา
»
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
»
ลานข่าวสุขภาพ
»
มูลนิธิสุขภาพไทย
»
สสส.
»
ธรรมชาติบำบัดบัลวี
เครือข่าย
»
ดร. เสรี พงศ์พิศ
»
เกษตรกรรมยั่งยืน
»
เศรษฐกิจพอเพียง
อื่นๆ
»
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
»
ประชาไท
»
Manager
»
โอเพ่น ออนไลน์
»
Blognone
»
ฟ้าเดียวกัน
»
คลับคนใช้อูบุนตู
»
Ok Nation Blog
»
GoToKnow
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท
สนับสนุนเรา
เรื่องหักมุมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเพลง
เขียนโดย
tee
Saturday, 20 October 2007
เคยเขียนไว้นานแล้วที่
blogspot
เอามาลงอีกรอบเพราะจะมีภาคต่อ ก้าวพัฒนาของวงดนตรีวงเดิม
อุตสาหกรรมเพลงทุกวันนี้ได้สร้างผลกำไรมหาศาล ให้แก่ค่ายเพลงที่ครองโลกอยู่เวลานี้ มีค่ายยักใหญ่อยู่ไม่กี่ค่าย ที่เราเห็นและรู้อยู่ก็ Sony BMG (ที่ควบรวมกับ BMG เป็น Sony BMG), EMI, Universal, Warner จากข้อมูลอ้างว่าราว 3-4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คงเห็นกันนะครับว่าราคา CD เพลงสากลในระยะหนึ่งเคยเห็นอยู่ที่ 5 ร้อย แล้วก็ขยับขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าราคาอยู่เท่าไรกันแล้ว ใครทราบช่วย Update หน่อย อีกเรื่องคือผมไม่เชื่ออะไรที่ว่าการทำมาค้าขายมันต้องมีต้นทุน เพราะว่าถ้าอ้างต้นทุนแล้วมันต้นทุนอะไรกัน ที่มันทำให้ได้ผลกำไรที่น่ารังเกียจถึงเพียงนี้
ในขณะที่มีการฟ้องร้องคดีความกันอยู่ระหว่าง RIAA (
Recording Industry Association of America
) กับ Napster (โปรแกรมแลกเปลี่ยน file mp3 แบบ P2P เจ้าแรกๆ) ซึ่งทางฝ่าย Napster ให้เหตุผลว่า การแลกเปลี่ยน file กันในลักษณะนี้ เป็นเสมือนกับการช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำให้ยอดขายเพลงของศิลปินเพิ่มขึ้น
ได้มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าในระ หว่างนั้น อัลบั้ม Kid A ของ Radiohead คงไม่สามารถขึ้นอันดับ 1 Billboard ได้ ถ้าเพลงในอัลบั้มไม่หลุดออกมาให้โหลดใน Napster ก่อนอัลบั้มออกจริง 3 เดือน ซึ่งอัลบั้มก่อนหน้านี้ OK Computer ซึ่งดังมากๆ ในทั่วโลก ขึ้นได้เพียงอันดับ 21 ของ Billboard เท่านั้น และ ที่สำคัญ อัลบั้ม Kid A ที่ว่าไม่น่าจะขึ้นอับดับ 1 ได้ง่ายสักเท่าไร เพราะชุดนี้ทำออกมาเอาแต่ใจตัวเอง (ก็คือไม่เอาใจตลาดนั่นแหละ) และเป็นแนวทดลองเอามากๆ
เหตุบังเอิญว่าวง Offspring ต้องการจะทำแบบเดียวกันคือเอาเพลงในอัลบั้มมาให้ Download ฟรีๆ แต่โดนทาง Sony แบนข้อเสนอนี้
ทำให้คิดกันต่อไปว่า พวกค่ายใหญ่อาจไม่กลัวการเผยแพร่ฟรีๆ แล้วจะไปทำให้ยอดขายลดลงอย่างที่ว่าก็เป็นได้ แต่เป็นเพราะว่ากลัวยอดขายตัวเองจะเพิ่มขึ้นแล้วอาจทำให้แพ้คดีความ แถมยังเป็นกรณีศึกษาให้เหล่าบรรดาศิลปินออกมาทำกันบ้างโดยไม่จำเป็นต้องแอบ อิงค่ายใหญ่ ในการเผยแพร่ผลงานของตนเสมอไป
ข้อมูลอ้างอิงจาก
นิตยสาร
Question Mark
ฉบับที่ 6
ตอบกระทู้
ชื่อ
*
E-Mail
หัวข้อ
*
บอร์ดโค้ด
สี
มาตรฐาน
แดง
ม่วง
น้ำเงิน
เขียว
เหลือง
ส้ม
น้ำเงินเข้ม
น้ำตาล
ทอง
เงิน
ขนาด
เล็กมาก
เล็ก
ธรรมดา
ใหญ่
ใหญ่มาก
Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
หน้าแรก
::
กระดานสนทนา
::
เกี่ยวกับเรา
::
ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a
Creative Commons Public Domain License
.
RSS Generator by
FeedCreator
Thank to Inspros.net