|
ความสุขในชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน สำหรับฉัน ความสุขคือการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก หรือถ้าเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรักไม่ได้ ก็เลือกที่จะมีความสุขในสิ่งที่เลือกไม่ได้นั้น สิ่งสำคัญเหนือกว่านั้น ความสุขคือ การพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นหรือมี
เมื่อยังอยู่ในวัยเริ่มต้นการทำงาน ฉันยึดหลักในการทำงานว่า จะต้องมีความสุขในงานที่ทำ ฉันเป็นคนทำงานด้วยความตั้งใจและทุ่มเท ไม่เคยมีปัญหากับการต้องทำงานในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือทำงานจนดึกดื่นเที่ยงคืน พลังในกายมีอยู่เต็มเปี่ยม พลังใจก็เหลือล้นที่จะสู้ ถ้างานนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข แต่ถ้าเมื่อไหร่เริ่มรู้สึกว่า รอยยิ้มแห้งหรือเสียงหัวเราะหาย ฉันก็ไม่ทนที่จะให้ใจของตนเป็นทุกข์ เช่นกัน
แม้จะเป็นคนหนักเอาเบาสู้ อดทนกับงานหนักได้ดี แต่ฉันก็ไม่ค่อยอดกลั้นกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามากระทบใจ เมื่อก่อนฉันจึงลาออกจากงานบ่อยครั้ง เงินที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบก็ร่อยหรอลงไป เพราะถูกนำมาใช้จ่ายระหว่างตระเวนสมัครงาน แต่ด้วยความเป็นคนไม่เกี่ยงงานหนัก ฉันจึงไม่เลือกงาน งานในความหมายของการใช้แรงกาย งานที่ไม่ต้องอุตส่าห์ร่ำเรียนจนจบปริญญาก็ทำได้ ฉันจึงผ่านงานมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นล้างจาน เป็นผู้ช่วยแม่ครัว หรือแม้แต่งานแม่บ้าน ในความหมายจริงๆ คือ คนรับใช้ นั่นเอง
แม้ว่าจะว่างงาน งานในความหมายที่ตรงกับวิชาชีพที่ร่ำเรี่ยนมา แต่ฉันก็ไม่เคยหยิบยืมเงินใคร เพราะใช้แรงกายแลกกับเม็ดเงินที่สุจริตเพื่อประทังชีวิตตนเอง
แม้กระนั้นก็ยังมีคนเอ่ยถามว่า ฉันคิดว่าชีวิตของตัวเองล้มเหลวไหม เมื่อเขารับรู้ว่าฉันกำลังล้างจานอยู่หลังร้านอาหาร ด้วยค่าแรงที่น้อยกว่าเงินเดือนที่เคยได้รับกว่าเท่าตัว แม้ฉันจะดูเป็นคนไร้ความอดกลั้น แต่ก็ไม่เคยคิดว่าชีวิตของตัวเองล้มเหลว เพียงแต่ว่า ฉันยังหาความลงตัวของความสุขไม่พบ เท่านั้นเอง
ในวัย 20 ตอนปลาย ซึ่งการเดินทางของชีวิตผ่านมาได้เพียงค่อนชีวิต คงจะตอบไม่ได้ว่า ล้มเหลวหรือสำเร็จ และความสำเร็จของแต่ละคนก็แตกต่างกัน บางคนคิดว่าการมีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีเงินผ่อนบ้านผ่อนรถ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพง กินอาหารดีๆ คือ ความสำเร็จ
สำหรับฉันแม้จะยังสวมเสื้อยืด กางเกงยีน รองเท้าแตะ ไม่ได้กินอาหารแพงๆ ไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่ ทำงานในนาบ้าง ปลูกผักขายบ้าง หรือทำงานบริษัทบ้าง รายได้เพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่ก็เพียงพอในการดำรงชีวิต ไม่กู้สินสร้างหนี้ให้ตัวเอง ไม่รองาน และก็ตั้งใจเต็มที่กับงานทุกอย่างที่ทำ ฉันถือว่านี่คือความสำเร็จของฉันแล้ว
หนึ่งในความสำเร็จในชีวิตของฉันคือ ความพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นและมี คนอื่นอาจมองว่าฉันใช้ชีวิตอย่างลำบาก อยู่ห้องเช่าเท่ารูหนู โถ...ฉันได้เงินเดือนไม่ถึงหมื่น จะใช้มือเติบเหมือนคนอื่นที่เงินเดือนหลายหมื่นก็คงไม่ได้ ฉะนั้น ความลำบากที่คนอื่นมอง คือความพอใจ และคือความสุขของฉัน แม้จะได้เงินเดือนเพียงเท่านี้ แต่ฉันมีเงินพอเก็บพอกิน ส่งไปให้ที่บ้านและไปค่ายอาสาบ้างเท่าที่โอกาสจะอำนวย ในขณะที่คนอื่น เงินเดือนมากกว่าอาจจะเก็บเงินไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าเขาไม่รู้จักความเพียงพอ
มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันยังนึกเสียดายเวลาอันมีค่าในอดีต คือ ทัศนคติในการทำงานที่ว่า “งานหนักไม่เป็นไร แต่งานขัดใจไม่ทำ” ทำให้ฉันสูญเสียโอกาสที่ดีๆ ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกจากไม่ยอมทำงานที่ไม่ตรงใจหรือตรงจริตแล้ว ฉันยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง มักคิดในแง่ร้ายไปก่อนเสมอว่า “สิ่งนั้นสิ่งนี้ฉันจะทำได้หรือไม่ แล้วจะทำได้ดีเพียงใด” ทำให้มีบ่อยครั้งที่ฉันปฏิเสธโอกาสที่ถูกหยิบยื่นมาให้ถึงมือ เพราะความไม่กล้าและความกลัวที่จะล้มเหลว
ในขณะที่เพื่อนอีกคน เขาไม่รอให้โอกาสมาถึง แต่เขากล้าที่จะเดินเข้าไปหาโอกาส แม้บางโอกาสที่ถูกหยิบยื่นให้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัดหรือชำนาญ แต่เขาก็คว้ามันไว้และกล้าที่จะเผชิญ สิ่งสำคัญที่เขาได้รับ นอกจากรายได้คือ ประสบการณ์ในการเรียนรู้จากงาน ถ้าไม่ประสบผลสำเร็จ อย่างน้อยก็ได้ลองทำ ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ถ้าประสบผลสำเร็จ นอกจากประสบการณ์ที่มีค่าแล้ว การคว้าโอกาสนั้น ยังสร้างความมั่นใจ สร้างกำลังใจให้ตัวเองอีกด้วย
ถ้าย้อนอดีตไปได้ ฉันคงไม่ปฏิเสธการเขียนพ็อกเกตบุ๊กที่มีคนเสนองานให้ ตอนนั้นฉันไม่ชอบหนังสือแนวตลาดหรือประเภท How To ไม่เต็มใจที่จะสัมภาษณ์บุคคลที่ฉันไม่ชื่นชมศรัทธา หรือส่วนหนึ่งเพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ดีพอ หรือเหตุผลใดก็ตาม ทำให้ฉันพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ชีวิตของคนอื่น พลาดโอกาสที่จะลองทำงานเพื่อสร้างประสบการณ์ให้ชีวิตตนเอง
อดีตทำให้ฉันเรียนรู้ว่า อย่ารอโอกาสและอย่าทิ้งโอกาส เคยมีคนบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จมองทุกปัญหาเป็นโอกาส แต่คนที่ประสบความล้มเหลวมองทุกโอกาสเป็นปัญหา โอกาสมีให้เราไขว่คว้าได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ขึ้นอยู่กับว่าเรากล้าที่จะเผชิญหรือไม่ และการเผชิญกับสิ่งใดก็ตาม นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นจากภายนอกแล้ว เรายังได้สัมผัสกับสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในใจเราเองด้วย เพียงแต่โอกาสที่จะสร้างความกล้านั้น ต้องเป็นความกล้าในสิ่งที่ถูกต้อง และทำสิ่งนั้นด้วยสติ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
หลังจากที่ฉันกลับไปประกอบอาชีพเกษตรกรรมในบ้านเกิด เพื่อฟื้นความทรงจำของวิถีชีวิตในชนบท ที่ฉันซึ่งเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งเกือบจะลืมสิ่งมีค่าเหล่านี้ไปแล้ว คือจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ทำให้ฉันมีความสุข แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ฉันต้องกลับมาเผชิญชีวิตในเมืองกรุงอีกครั้ง เมืองที่เคยทำให้ฉันไร้ความสุข แต่การกลับมาครั้งนี้ ทำให้ฉันมีโอกาสเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า “งานหนักไม่เป็นไร ถึงงานขัดใจก็ทำ” และตั้งใจทำในสิ่งที่ตนเองต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยสติ
บางครั้งสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็สร้างความสุขให้กับเราได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความสุขไม่จำเป็นต้องอยู่ที่จุดหมายสูงสุดเสมอไป หากแต่แสวงหาได้ระหว่างทางที่เราก้าวเดิน แม้จุดหมายของฉันคือ การได้กลับบ้านไปยืนบนผืนนา แต่ระหว่างทางที่เหยียบย่ำบนพื้นซีเมนต์ในเมืองกรุง ฉันก็สร้างเวลาแห่งความสุขในเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายนี้ได้ วันทำงานก็ตั้งใจทำงานให้สบายใจที่สุด วันหยุดก็ไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะ หาโอกาสอาสาไปทำกิจกรรมต่างๆ บ้างเท่าที่เวลาอำนวย ไปหาความรู้ให้สมองตามงานเสวนาดีๆ หรืออ่านหนังสือดีๆ ในห้องสมุด แค่นี้ก็ยิ้มได้แล้ว
เลือกที่จะทำในสิ่งที่รักไม่ได้ แต่โอกาสเปิดให้เราได้เข้าไปเผชิญกับสิ่งที่ไม่รัก ก็เลือกที่จะมีความสุขกับสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ ถ้าโอกาสไม่มีใครสร้างให้ เราก็สร้างเองได้ โดยไม่ต้องรอ สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ต้องทำโอกาสที่ได้รับมาหรือสร้างเองนั้น ให้มีความสุขด้วย
|