ฉันเชื่อว่าการได้อยู่ในที่สงบๆ การได้พูดคุยกับตัวเอง ทำให้เราได้สำรวจตรวจตราจิตใจของตัวเอง จากร้อนรุ่มกลายเป็นเยือกเย็นขึ้นมาได้ ฉันพูดได้เพราะเคยผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว
เมื่อวันก่อนไปเจอเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เจอกันทีไรทำให้นึกย้อนไปสมัยเรียน ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนงี่เง่ามาก ใจร้อน ฉุนเฉียว โมโหร้าย อารมณ์แปรปรวนง่าย เวลาโกรธ เพือนๆ แทบเข้าหน้าไม่ติด ที่สำคัญคือ เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาก ในขณะที่เพื่อนคนนี้ก็จะคอยมองอะไรในแง่ดีๆ ให้ฉันผ่อนคลายอารมณ์ร้ายลงมาบ้าง
แต่วันนั้นที่เจอเธอ เราสองคนกลับสลับบทบาทกัน เพื่อนฉันเล่าด้วยน้ำเสียงทดท้อ ใบหน้าที่เคยแย้มยิ้มกลับหม่นเศร้า ทำนองว่าทำงานหนัก แต่บริษัทกำลังมีปัญหา ได้รับเงินเดือนครึ่งเดือนมา 2 เดือนแล้ว และเดือนนี้ก็ไม่รู้ว่าเงินเดือนจะออกหรือเปล่า
ฉันเลยบอกไปว่า เงินเดือนครึ่งเดือนของเขา มากกว่าเงินเดือนของฉันทั้งเดือนอีก
"แต่ภาระฉันเยอะนะ"
"ทุกคนก็มีภาระ ถ้ารู้ว่าเงินไม่พอ ก็วางแผนการใช้เงินใหม่สิ"
เธอบอกว่า นั่นแหละที่ทำให้เธอเฝ้าโทษตัวเองมาตลอด ไม่คิดถึงอนาคตว่าจะมีวันนี้ วันที่เงินไม่พอใช้ เลยไม่ค่อยรู้จักเก็บ ฉันเลยบอกไปว่า ก็เมื่อรู้แล้วก็เริ่มทำตั้งแต่วันนี้ แต่ย้ำกับเธอว่า ไม่ต้องคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แค่ทำใจสบายในแต่ละวัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า ก็จะทำให้เราสบายใจได้
"พูดมันพูดง่าย แต่ทำยาก จะไม่ให้คิดได้ไง ต่อไปถ้าไม่มีเงินทำไง ไปสมัครงานก็ไม่เห็นมีที่ไหนรับ วงการทีวียิ่งการแข่งขันสูงด้วย อายุเยอะแล้วหางานยาก"
"เออ ก็ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด วันที่แกสมัครงาน อาจจะไม่ใช่วันของแกก็ได้ ลองอีกสักตั้ง อาจจะเป็นวันของแก"
ฉันก็ไม่รู้หรอกว่า เมื่อไหร่จะเป็นวันของเธอ แต่คำพูดของฉันทำให้เพื่อนมองหน้า ทำตาโต "วันนี้ได้คำพูดดีๆ จากแกแต่เช้า มันต้องเป็นวันที่ดีสำหรับฉันแน่เลย"
ถ้าเป็นเมื่อก่อน คำพูดแบบนี้คงเป็นคำพูดของเธอ ไม่ใช่ฉัน แต่การได้อยู่สงบๆ การได้พิจารณาตัวเอง ทำให้ฉันเปลี่ยนไป ตอนนี้ฉันพยายามใช้ชีวิตในแต่ละวันในเมืองกรุงด้วยความสบายใจ ไม่เร่งรีบร้อนรนตามสภาพเมือง เงินเดือนที่ไม่ถึงหมื่น ซึ่งบางคนอาจใช้จ่ายได้ไม่ชนเดือน แต่ฉันก็พออยู่พอกินพอเก็บ และพอที่จะไปร่วมทำกิจกรรมดีๆ กับเครือข่ายอาสาหลายโครงการด้วย
เมื่อกลางเดือนกันยายนไปปลูกป่า ทำฝายชะลอความชื้นที่กุยบุรี กลับมาได้ 2 วัน เพื่อนร่วมค่ายคนหนึ่งอีเมล มาบอกว่า
"ไปกุยบุรีได้ของฝากเป็นแผลที่หน้าผาก แต่ได้รับกำลังใจจากเนตรเรียบร้อย จำไม่ได้ว่าเนตรพูดว่าอะไร แต่ทำให้พี่รู้สึกประมาณว่า เนตรเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากๆ แม้พี่จะเจ็บยังไง เนตรก็มองว่าเป็นเรื่องดีที่พี่ได้แผลมา มันสร้างกำลังใจให้พี่มากเลย"
เหรอ ฉันเองก็จำไม่ได้ว่าฉันพูดอะไรออกไป แต่พอมาทบมวนก็ทำให้ตระหนักได้ว่า เมื่อใจเราเย็นลง ความคิดที่ดีๆ ก็จะฝังอยู่ในใจ และเวลาพูดก็จะทำให้พูดแต่เรื่องดีๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนพี่ผู้หญิงคนนี้คงไม่ได้พูดกับฉันแบบนี้แน่ความสงบที่ฉันได้ผ่านพบ มันทำให้ฉันลืมไปเลยว่า ไม่ได้รู้สึกโกรธจนแน่นหน้าอกมานานเท่าไรแล้ว
นอกจากเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองแล้ว เพื่อนสนิทของฉันก็ทำให้ฉันได้รู้สึกตัวได้ว่า อารมณ์และการมองโลกของฉันได้เปลี่ยนแปลงไป...ในทางที่ดีขึ้นแล้ว และหวังว่า การมาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่แห่งนี้อีกครั้ง สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับฉัน มันจะอยู่กับฉันตลอดไป |