N
umthang
C
ommunity
Numthang.Org
อ่านว่า "นำทาง"
Numthang.org กับ "โครงการอาสาสร้างบ้าน(ดิน)นำทาง" รับอาสาสมัครมาสร้างบ้านดินในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าบ้านจะเสร็จ กดเข้าไป
อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หน้าแรก
»
เนื้อหา
»
อาหารและยา
» กระดูกพรุน? ดื่มนมวัวกับแคลเซียมก็ช่วยไม่ได้
เจ้านี่มันเอาไว้ทำอะไร
ค้นหา
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา
ลงทะเบียน
ยกเลิก
Main Menu
หน้าแรก
กระดานสนทนา
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
เดินทางมาหาเรา
สมุดเยี่ยม
Main Category
สิ่งแวดล้อม
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่ายพึ่งตนเอง
ข่าว,บทความอื่นๆ
Blog เลย
User Menu
E-Mail
รหัสผ่าน
จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
ผู้สนับสนุน
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
»
Green Peace
»
EREC
»
IPCC
»
Energy Fantasia
»
World Changing
»
Thai Climate
ที่อยู่อาศัย
»
สยามบ้านดิน
»
บ้านดินดอทคอม
»
บ้านดินอาศรม
»
baandinthai
อาหารและยา
»
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
»
ลานข่าวสุขภาพ
»
มูลนิธิสุขภาพไทย
»
สสส.
»
ธรรมชาติบำบัดบัลวี
เครือข่าย
»
ดร. เสรี พงศ์พิศ
»
เกษตรกรรมยั่งยืน
»
เศรษฐกิจพอเพียง
อื่นๆ
»
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
»
ประชาไท
»
Manager
»
โอเพ่น ออนไลน์
»
Blognone
»
ฟ้าเดียวกัน
»
คลับคนใช้อูบุนตู
»
Ok Nation Blog
»
GoToKnow
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท
สนับสนุนเรา
กระดูกพรุน? ดื่มนมวัวกับแคลเซียมก็ช่วยไม่ได้
เขียนโดย
tee
Friday, 29 June 2007
เป็นข้อเท็จจริงที่ว่าคนไทยนั้นเป็นโรคกระดูกพรุนน้อยกว่าชาวตะวันตกถึง 9 เท่า ในปัจจุบันคนไทยก็เริ่มเป็นโรคนี้กันเยอะขึ้น พวกบรรดาพ่อค้านมเห็นช่องรีบโฆษณาในทันทีว่า "กระดูกพรุนเหรอ ดื่มนมสิ ถ้าให้ดีผสมแคลเซียมด้วย" ยังไม่พอยังแอบขึ้นตัวเลขปริมาณแคลเซียมที่ต้องการในแต่ละวันจาก 800 มก. เป็นวันละ 1,200 มก. ที่น่าเจ็บใจคือพากันเชื่อและบริโภคนมกันยกใหญ่
เราต้องย้อนกลับไปดูอีกหลายอย่างสำหรับต้นเหตุของโรคนี้ เราสามารถเปรียบเทียบอาหารการกินและวิถีการเป็นอยู่ของคนในชาติตะวันตกกับบ้าเรา ในวันหนึ่งชาวตะวันตกรับประทานปริมาณแคลเซียมต่อ 1 คน ขนมปังกาแฟ 0 มก. แฮมเบอร์เกอร์ 199 มก. เฟรนซ์ฟราย 18 มก. สลัดไก่ 34 มก. ซุบหัวหอม 25 มก. เสต๊กเนื้อ 262 มก. สลัดผัก 20 มก. รวมเป็น 558 มก. ซึ่งไม่เพียงพอจึงหันไปดื่มนม
มาดูอาหารในบ้านเราบ้างปริมาณแคลเซียมใน 1 มื้อดังนี้ ยำยอดกระถิน (ใส่กุ้งแห้ง) 105 มก. กะปิคั่ว (มีกุ้งแห้งและปลากรอบ) 194 มก. แกงส้มตูนปลาสวาย 147 มก. ผัดผักโขมไฟแดง 429 มก. แค่เพียงมื้อเดียวเราได้รับแคลเซียม 875 มก. ซึ่งพอเพียงต่อความต้องการใน 1 วันดังนั้นเราจึงไม่ต้องการบริโภคแคลเซียมเพิ่มอีกจะเห็นว่าแหล่งแคลเซียมโดยส่วนใหญ่ของเราจะอยู่ที่กุ้งเล็กและปลาน้อยที่อยู่ในกะปิและแหล่งแคลเซียมสูงอีกตัวคือ เต้าหู้ขาว (ไม่นับเต้าหู้ไข่) 1 แผ่นที่ให้ถึง 250 มก.
แต่อย่างที่บอกไว้ข้างต้นคือการรับประทานอาหารไม่ใช่สาเหตุเดียวของโรคนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยให้พิจารณาดังนี้
1. การขาดการออกกำลังกาย - การที่คนเราขยับตัวจะกระตุ้นให้แคลเซียมจับพอกกับกระดูก นาซ่าได้ทำการวิจัยโดยทดลองให้คนวัยสาวนอนเฉยๆ เป็นเวลา 4 เดือน รับประทานอาหารอุดมสมบูรณ์ ปรากฏว่ากระดูกส่วนต่างๆ บางลงอย่างรวดเร็ว ข้อเท้าบางไป 10.4% ต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีก 12 เดือน จึงจะปกติ ดังนั้นต่อให้รับประทานแคลเซียมไปมากเท่าไรก็ช่วยไม่ได้
2. การไม่ได้รับแสงแดดเพียงพอ - เมื่อผิวของคนเราได้รับแสงแดดจะสร้างวิตามินดี ซึ่งช่วยให้เกิดการดูดซึมแคลเซียมในทางเดินอาหาร ซึ่งเราได้เปรียบชาวตะวันตกตรงนี้แต่วิถีชีวิตในเมืองได้ละทิ้งชีวิตกลางแจ้งไปหมด นั่งทำงานอยู่ในตึกตลอดทั้งวัน แถมในชีวิตประจำวันยังทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ตัวเองโดดแดดได้เลยแม้แต่น้อย ทั้งโปะครีม ปิดเสื้อผ้ามิดชิด อยากตัวขาวแต่อมโรคจึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง ยอมทุกข์ทรมานเพียงได้สวยแต่เอาเข้าจริงๆ ไอ้ความขาวที่ต้องการนักมันเป็นความงั่งของค่านิยม ใครหนอช่างงี่เง่าให้ค่านิยมเป็นตัวกำกับชีวิตตัวเอง สิ่งนี้จึงเป็นหนึ่งในสังคมวิปริต
3. กินยาที่ขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม - ยาเคลือบกระเพาะที่มีอลูมิเนียม เครื่องดื่มบรรจุกระป๋องที่เคลือบอลูมิเนียม ชา กาแฟ เหล่านี้ล้วนขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ทั้งสิ้น น้ำอัดลมตัวดีมีส่วนผสมของฟอสฟอรัสสูงเพื่อสร้างฟอง เป็นเหตุให้ร่างกายเสียสมดุลร่างกายต้องละลายแคลเซียมเพื่อมาสมดุลกับฟอสฟอรัสในเลือด ยิ่งส่งเสริมให้ร่ายกายขาดแคลเซียมหนักขึ้น
4. โปรตีนล้นเกิน - สัดส่วนที่ดีของ แคลเซียมต่อฟอสฟอรัสในอาหารควรจะเป็น 2:1 เนื้อสัตวมีอัตราส่วนเป็น 1:8 ถึง 1:20 ทำให้เราสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก ยุคปัจจุบันเรานิยมบริโภคเนื้อสัตว์จนล้นเกิน เห็นได้จากเวลาไปทานสุกี้หรือหมูกระทะอะไรก็ตาม อย่างแรกคิดว่ากินเนื้อดีกว่ากินน้ำกินข้าวกินผัก ถ้าไปตามงานเลี้ยงสาวๆ จะกินแต่กับข้าวกลัวว่าจะกินได้น้อย กลัวว่าจะไม่คุ้มโดยเอาราคาของอาหารเป็นตัววัด กลายเป็นว่าอะไรก็ไม่รู้เป็นตัวกำหนดชีวิตอีกแล้ว
5. ภาวะฮอร์โมนเพศลดลง - ฮอร์โมนอีสโตรเจนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย ผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนจึงเพิ่มภาวะเสี่ยงต่อกระดูกพรุน วิถีอย่างภูมิปัญญาตะวันออกกลับพบว่าได้รับสารฮอร์โมนอีสโตรเจนอีกชนิดหนึ่งจากพืชผักที่พบพอสมควรที่ช่วยสมดุลฮอร์โมนนี้ในร่างกายคือ ถั่วเหลืองซึ่งมีสาร Isofavone ป้องกันกระดูกพรุนและป้องกันมะเร็ง
โค้ก เนื้อสัตว์ เสต๊ก อาหารยอดนิยมของชาวตะวันตก จากที่ได้รับแคลเซียมน้อยอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ยังไปพร่องมันอีกด้วยการรับประทานของเหล่านี้ (ร่างกายต้องละลายแคลเซียมมาสมดุลกับฟอสฟอรัสในเลือด) ยิ่งทำให้เกิดภาวะเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นและการดำรงชีวิตปัจจุบันออกจากชีวิตกลางแจ้งและนั่งอยู่หน้าจอตลอดทั้งวันยิ่งไม่ต้องคิดเลยว่าภาวะเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นขนาดไหน
นอกจาก You are what u eat แล้วอาจต้องมี You r what u do, You r what u feel, You r what u read ด้วยน้อ
ตอบกระทู้
ชื่อ
*
E-Mail
หัวข้อ
*
บอร์ดโค้ด
สี
มาตรฐาน
แดง
ม่วง
น้ำเงิน
เขียว
เหลือง
ส้ม
น้ำเงินเข้ม
น้ำตาล
ทอง
เงิน
ขนาด
เล็กมาก
เล็ก
ธรรมดา
ใหญ่
ใหญ่มาก
Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
หน้าแรก
::
กระดานสนทนา
::
เกี่ยวกับเรา
::
ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a
Creative Commons Public Domain License
.
RSS Generator by
FeedCreator
Thank to Inspros.net