|
สืบเนื่องจากอารมณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นเวลานานเมื่อสัปดาห์ก่อน การพยายามปรับให้อุณหภูมิในใจลดลงให้อยู่ในภาวะปกติที่เคยเป็น ก็ใกล้บรรลุผล ต้องยกความดีให้กับการเดินเพื่อออกกำลังกาย
หลังจากย้ายออฟฟิศจากวิภาวดีรังสิตแถวแยกสุทธิสารมาอยู่แถวบางโพ ฉันก็ไม่ได้ละวัตรปฏิบัติที่เคยทำ การเดินกลับบ้านที่สะพานควายตอนเย็นเพื่อออกกำลังกายก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่มาอยู่ที่ใหม่ อาจจะไม่ได้เดินไปถึงบ้านทุกวัน เหนื่อยแค่ไหน ก็หยุดแค่นั้น แล้วก็ขึ้นรถกลับ ถ้าวันไหนไม่เหนื่อยก็เดินไปเรื่อยๆ จนถึงบ้าน การเดิน ให้ประโยชน์หลายอย่างกับฉัน นอกจากได้ออกกำลังกาย ได้ทำให้รู้จักประมาณตน ไม่ฝืนตน จากการระลึกที่ว่า เหนื่อยแค่ไหนพอแค่นั้น ยังเป็นการสงบจิตใจได้ดีอีกด้วย
การเดินอย่างไม่รีบร้อน การค่อยๆ ก้าว ทำให้ใจนึกถึงปลายเท้าที่กำลังเหยียบพื้นและก้าว ทีละก้าวๆ สม่ำเสมอ เดินผ่านรถเข็นอาหาร ร้านขายของชำ ตลาด ข้ามถนน ข้ามสะพาน ทุกวันผ่านเส้นเดิม สิ่งของเดิมๆ แต่กลับพบว่าได้อะไรๆ มากกว่าการนั่งบนรถ ที่ได้เห็นแค่อะไรๆ ผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็วและแวบออกไป เวลารถติดแล้วเราเดินผ่าน ก็ได้เป็นผู้ดูใบหน้าของผู้คนบนรถ ที่แต่ละคนก็อยู่ในอากัปกิริยาแตกต่างกัน หน้าบึ้งบูด หน้าเฉยชาไร้อารมณ์ หน้าเบื่อโลกสุดขีดแถมซังกะตาย หรือใบหน้าที่ยิ้มและหัวเราะ ถ้านั่งอยู่บนรถคันเดียวกัน ฉันก็คงไม่ได้รับรู้อารมณ์เหล่านี้
ผลพลอยได้ที่สำคัญคือ อารมณ์ที่ค่อยๆ เย็นลงเรียกสติกลับคืนมาได้วันละเล็กละน้อย ตรวจสอบผลได้จากเมื่อวานนี้ ขึ้นรถเมล์จากประชาชื่นไปเดอะมอลล์งามวงศ์วาน รถติดไฟแดงตรงแยกพงษ์เพชร
“ขอลงตรงนี้ได้ไหมคะ” น้ำเสียงไพเราะสุดฤทธิ์ คนขับปฏิบัติตามกฎมาก บอกว่าไม่ได้ ซึ่งผิดปกติของรถเมล์นะ เพราะรถไม่ได้จอดห่างเป็นเลนสองเลนสักหน่อย แต่จอดชิดริมฟุตบาทเลย แล้วไกลจากแยกมาก ห่างสายตาตำรวจด้วย ต้องรอถึง 2 ไฟแดง กว่ารถจะผ่านแยก ต้องเดินย้อนกลับมาทางเดิมเพื่อจะไปโฮมโปร ถ้าสัปดาห์ก่อนที่อารมณ์อยู่ในภาวะไม่ปกติ คงขุ่นมัวตั้งแต่คนขับไม่เปิดประตูแล้ว ทั้งๆ ที่ตอนขึ้นก็ขอขึ้นรถตรงแยกไฟแดงเช่นกัน แต่เหตุการณ์วันนั้น ก็ยังยิ้มได้นะ ไม่หน้าบูดเบี้ยว ไม่พร่ำบ่น และไม่คิดต่างๆ นานาว่า
“ทีตอนขึ้นตรงไฟแดง ทำไมเปิดประตูให้ พอได้เงินค่ารถแล้ว ทำเป็นทำตามกฎทำตามหน้าที่” คำพูดแนวนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะของฉันมาตั้งนานแล้วนะ แต่ ณ ตอนนั้นกลับไม่ใช่ฉันที่เปรยคำนี้ออกมา
อีกกรณีที่เห็นผลว่าอุณหภูมิในใจเริ่มลดลงแล้ว เพื่อนสาวบ่นมาว่า ท้อแท้ สถานการณ์การเงินของบริษัทไม่มั่นคง หางาน สมัครงาน ก็ไม่มีที่ไหนเรียก บั่นทอนความั่นใจของครีเอทีฟที่เคยมีมานาน ฉันเลยบอกไปว่า ลองดูอีกครั้ง คิดซะว่าตอนนั้นโชคไม่เข้าข้าง การเริ่มต้นใหม่ โชคอาจเป็นของเรา
“เออ แกก็มองโลกในแง่ดีเป็นเหมือนกันนะ วันนี้ได้ยินคำพูดดีๆ จากแก ฉันคงโชคดีทั้งวันแน่เลย”
เป็นงั้นไป นี่เพื่อนสนิทนะที่พูดแบบนี้ แต่ไม่ได้เจอกันนานมาก จนเค้าไม่รู้ว่า ฉันน่ะนิ่งลงมากแล้ว แสดงว่าเมื่อก่อนคงแย่มากๆ และสัปดาห์ก่อน ก็ยังสติหลุดปล่อยให้ความแย่แบบเดิมมาครอบงำจิตใจ
โชคดีนะนี่ ที่ได้การเดินเพื่อออกกำลังกายมาช่วยไว้ ขอบคุณจริงๆ แม้น่องจะยิ่งโตยิ่งกว่าขาโต๊ะสนุก ก็ช่างเถอะ |