ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารู้สึกว่าอุณหภูมิในจิตใจร้อนเพิ่มมากผิดปกติ คงจะร้อนตามอุณหภูมิของอากาศที่ร้อนโคตรๆ รู้สึกแย่มากๆ ทั้งๆ ที่เคยมั่นใจว่าตนเองสามารถควบคุมอุณหภูมิภายในใจได้แล้ว หลังจากไปสงบจิตสงบใจกับธรรมชาติมาแล้ว แต่พอมาเจอสภาพแวดล้อมแบบเดิมๆ นิสัยแย่ๆ หน้าบูดบึ้งแบบเมกลับมาอีกแล้ว
ตอนเข้ามาทำงานใหม่ๆ เจ๊เจ้าของห้องเช่าบอกว่า "สีหน้าของเนตรดูมีความสุขนะ คงจะสนุกกับงาน ตอนเนตรเคยอยู่ที่นี่เมื่อปีก่อน น่ากลัวมาก เจ๊ยังกลัวเลย" แต่ตอนนี้เจ๊คงสังเกตเห็นสีหน้า เลยไม่ค่อยคุยเหมือนเมื่อก่อน หวังว่าเจ๊คงไม่รู้สึกแบบเมื่อปีที่แล้วนะ
เมื่อวานเป็นวันแรกที่รู้สึกว่าใจหลุดอีกแล้ว หน้าบึ้งทั้งวัน น้องที่ทำงานยังไม่ค่อยกล้ามาคุย ตอนกลางวันไม่ได้หิ้วปิ่นโตเพราะนัดกับน้องๆ ดิบดีว่าจะกินข้าวข้างนอก แต่พอช่วงเช้าอารมณ์เริ่มขุ่นมัว แบบไม่มีสาเหตุด้วยนะ อารมณ์แปรปรวนแบบเดิมที่เคยเป็น กลับมาอีกแล้ว จึงปฏิเสธด้วยหน้าตาบูดบึ้ง น้ำเสียงแข็งทีเดียว ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรทำให้รู้สึกว่าต้องทำหน้าและเปล่งน้ำเสียงแบบนั้น พูดเสร็จก็ทำท่าไม่สนใจเหมือนน้องๆ ไร้ตัวตน แย่มากๆ เลย
วันนี้เลยตั้งใจว่าจะสงบสติอารมณ์ ไม่ให้ปัจจัยทั้งภายนอก (คือความวุ่นวายจากการทำงานหรือเห็นคนในที่ทำงานเยอะๆ หรือสิ่งใดๆ ที่เราคิดว่าบ้าบอทั้งพฤติกรรมของคนหรืออะไรบ้าๆ ขององค์กร) และต้องควบคุมปัจจัยภายในจิตใจของตนเอง ให้กลับมาเป็นคนสงบ ใจเย็น เหมือนที่เคยทำได้ เพราะการปรับเปลี่ยนตนเองก็ทำมาได้แล้วนี่ จะทำให้ได้อีกสักครั้งก็คงไม่ยาก นี่คือเป้าหมายแรก จงสงบๆๆๆ
ส่วนอีกเป้าหมายคือ ต้องการเก็บเงินให้ได้ตามเป้าที่จะไปสร้างบ้านที่บ้าน (ที่ดินมีแล้ว) กลับไปทำการเกษตรแบบจริงจังเสียที รวมถึงทำงานแทนพ่อกับแม่ด้วย เพราะตอนนี้พ่อไม่สบาย ผ่าตัดหลัง ทำงานไม่ได้แล้ว แม่ทำคนเดียวทั้งเลี้ยงวัว ทำนา ทำงานบ้าน ดูแลพ่อ (ตอนนี้กับพ่อและแม่เข้าใจกันดีแล้ว เหลือแค่เก็บเงินเพื่อจะกลับไปทำอะไรที่บ้านได้อย่างไม่ต้องกระเบียดกระเสียร) ตอนนี้เป้าหมายคือเงิน ถ้าเมื่อไหร่ที่เงินยังไม่ครบตามที่ตั้งไว้ ฉันก็คงจะไม่ลาออก ปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่พูดมาก็เป็นเรื่องรองไป ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ ป่านนี้คงไม่ได้ทำงานที่บริษัทนี้แล้วล่ะ
เขียนมาตั้งนาน ก็เป็นไปตามเป้าเหมือนกันนะนี่ อย่างน้อยสิ้นเดือนนี้ฉันก็ยังไม่ลาออก เดือนหน้าก็ยังทำงานที่นี่อยู่ต่อไป เหลืออีกเป้าหมายเดียว คือหน้าตาที่แย้มยิ้มอย่างคนมีสุข (เจ๊เค้าจะได้คุยด้วยเหมือนเดิม) และสงบสติอารมณ์ที่ร้อนๆ ให้กลับมาเย็นแบบเดิม แม้จะไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นใตตัวเองเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังคงเชื่อใจว่า ถ้าตั้งใจทำก็ต้องทำให้ได้