|
ย้ายออฟฟิศมาได้สัปดาห์กว่าๆ แล้ว เห็นความแตกต่างของสถานที่ที่ทำงานทั้งสองแห่ง ที่พอจะพูดถึงได้ เห็นความไม่เหมือนที่สื่อถึงคำว่า สัจธรรมความเป็นจริงของชีวิตและสังคม แม้ 2 สถานที่จะบริหารโดยกลุ่มผู้บริหารกลุ่มเดียวกัน แต่คนทำงานก็มาจากความหลากหลาย...นี่นา
ออฟฟิศเดิมอยู่แถววิภาวดี มีสองสำนักพิมพ์อยู่ในเครือของออฟฟิศนี้ ทำหนังสือเด็กเรียกห้องนี้ว่า ห้องบอกอ และอีกสำนักพิมพ์หนึ่งทำหนังสือผู้ใหญ่เรียกห้องนี้ว่า ห้องเวลาดี คือชื่อของสำนักพิมพ์ที่ฉันสังกัด ในตำแหน่งพิสูจน์อักษร ที่นี่ทุกคนทำงานไม่เร่งรีบ ช้าๆ อาจจะเห็นผลงานช้า ผลกำไรตอบแทนจากงานหนังสือมีไม่มาก แต่ 2 เดือน 2 สัปดาห์ที่อยู่ที่นี่ฉันก็มีความสุข มีที่นั่งกินข้าวริมหน้าต่าง นั่งมองดูใบไม้ไหว ใบไผ่เอน รับลมเย็นๆ ช่วงกลางวัน ก็จะมีเสียงหัวเราะจากเรื่องเล่าขำๆ
กลางเดือนพฤษภาคม สำนักพิมพ์เวลาดีถูกโอนมาอยู่กับอีกบริษัทหนึ่งซึ่งอยู่ในเครือเดียวกัน ฉันและคนอื่นๆ ในห้องต้องมาทำงานที่บางโพ มีบริษัทอยู่ที่นี่ 2 บริษัท คือโรงพิมพ์ พนักงานก็มีทั้งคนทำงานในโรงพิมพ์และพนักงานในออฟฟิศ อีกบริษัทหนึ่งในเครือเดียวกัน ที่เวลาดีย้ายมาอยู่ชั้นเดียวกับเขา เป็นบริษัทรับทำวารสารให้องค์กรต่างๆ รวมถึงรับออกแบบสิ่งพิมพ์ทุกอย่าง มันก็คือชั้นลอยที่สร้างลอยขึ้นมาเหนือโรงพิมพ์ ทำงานไปก็ได้ยินเสียงเครื่องพิมพ์เดินเครื่องและนั่งดมกลิ่นหมึกตลอดเวลา
ที่นี่คนทำงานโรงพิมพ์เขาเรียกตัวเองว่า เด็กโรงงาน ออฟฟิศกับโรงงานอยู่บริเวณเดียวกันแท้ๆ แต่เหมือนแยกกันเด็ดขาดเลย คนออฟฟิศก็รู้จักเฉพาะคนในออฟฟิศ ถ้าไม่มีงานเกี่ยวข้องกับโรงพิมพ์ก็แทบไม่รู้จักเด็กโรงพิมพ์ ตอนฉันมาทำงานวันแรก ถามหาห้องน้ำ คนขับรถของบริษัทบอกว่า ห้องน้ำออฟฟิศอยู่ด้านใน ถึงบางอ้อว่า ห้องน้ำของคนโรงงานแยกอีกต่างหาก เพิ่งเคยทำงานที่มีออฟฟิศอยู่ในโรงงาน ก็เลยเขียนถึง เพราะไม่รู้ว่าโรงงานอื่นเป็นแบบนี้หรือเปล่า แบบว่าอยู่ที่เดียวกันแต่ทำไม...ต่างกันจัง
ที่ชั้นลอยที่ลอยอยู่เหนือแท่นพิมพ์นั้น เป็นห้องแคบๆ ไม่มีโอกาสได้สูดดมอากาศบริสุทธิ์ ไม่เห็นสีเขียวของใบไม้ เห็นแต่แท่นพิมพ์ ฝนตก แดดออก ฟ้าร้องฟ้าผ่าแทบไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวหรอก เพราะเหตุนี้หรือเปล่า ชั้นลอยถึงเปิดแอร์ตลอดเวลา ตอนอยู่ออฟฟิศเดิม เรามีนโยบายประหยัดพลังงาน เปิดแอร์ในช่วงเวลางาน 8.30 น. ถ้าใครมาก่อนเวลาก็ทนร้อนไปก่อน ยกเว้นร้อนมากๆ ก็อนุโลม ตอนกลางวันปิดแอร์ ปิดไฟ ก็ไม่มีใครเดือดร้อน เพราะเรามานั่งคุยกันข้างนอก พักก็คือพัก เริ่มงานตรงเวลาไฟฟ้าจึงจะเริ่มทำงาน มาอยู่ที่นี่ห้องของพวกเราก็ปิดแอร์ ปิดไฟ ตอนกลางวัน ร้อนหรืออึดอัดมากก็ไปรับแอร์ในห้องของอีกบริษัทหนึ่ง
"ทำไมที่นี่เขาไม่ปิดแอร์กันเลย" ฉันถาม
"เขามีปัญญาจ่าย กำไรของบริษัทเรา 10 ปี ยังไม่เท่ากำไรของที่นี่ 1 ปีด้วยซ้ำมั้ง" เพื่อนฉันตอบคำถาม
"มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเค้ามีเงินจ่ายหรือเปล่า มันอยู่ที่ว่า ไฟที่เค้าใช้อยู่นี่ มันเป็นทรัพยากรของโลกนะ" ฉันค้าน
เขาจึงเปลี่ยนประเด็นว่า "ก็เครื่องแมคราคาหลายแสนเกือบ 20 เครื่อง ถ้ามันร้อนแล้วเสียหายขึ้นมา มันเสียหายกว่าที่แกมาประหยัดไฟแค่ 1 ชั่วโมงนะ ก็เห็นอยู่ว่าห้องนี้อับจะตาย"
เหรอ...ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก เพียงแต่คิดว่าปิดแอร์เพียงครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง (แต่ละคนเขาก็ใช้เวลากินข้าวเพียงแค่นี้ ก็ขึ้นมาหย่อนก้นที่ห้องแล้ว) คงไม่ทำให้เครื่องแมคอินทอชราคาหลายแสนตายห่าไปหรอกมั้ง และที่สำคัญเขาไม่ปิดไฟกันด้วยนี่นะสิ ก็เพราะปิดแล้วก็มองไม่เห็น แสงจากธรรมชาติส่องมาไม่ถึง แต่ไม่ได้เปิดทุกดวงเหมือนช่วงเวลาทำงานก็ได้ ปิดๆ ไปบ้าง มันก็ช่วยประหยัดได้เยอะอยู่...ว่าไหม |