|
หลังจากทอผ้าทั้ง ผ้าพันคอ ผ้าขาวม้า ผ้าคลุมไหล่ และผ้าห่ม ที่ลวดลายบนผืนผ้าเกิดจากการเหยียบไม้ ซึ่งฉันผ่านมาแล้ว ทั้งการเหยียบ 2 ไม้ และ 4 ไม้ ฉันจึงหาญกล้าอยากเรียนการทอผ้าไหม เริ่มต้นด้วยการมัดหมี่ แต่ก็ถูกห้ามปรามจากหลายฝ่าย
เหตุผลน่ะเหรอ เขาบอกว่าไหมราคาแพง กิโลกรัมละตั้ง 1100 บาท เขากลัวว่าฉันจะตัดทิ้งเสียก่อน เลยเสียดายไหม เออนะ ไว้ใจกันจริงๆ ฉันจึงลองหัดมัดหมี่ผ้าฝ้ายเสียก่อน และแจ้งข่าวดีนี้แก่แม่ แม่ถอนหายใจ บอกว่า หมู่บ้านของเราไม่ได้ทำมัดหมี่ฝ้ายมานาน ไม่มีใครเก็บ "เผอ" ฝ้ายไว้หรอก แต่ละบ้านมีแต่หมี่ค้นไหมทั้งนั้น
(ก่อนที่จะมัดหมี่ฝ้ายหรือไหม ต้องนำอุปกรณ์ที่เรียกว่า "เผอ" มาทำกรรมวิธีอย่างหนึ่งเรียกว่า "ค้น" เส้นฝ้ายหรือเส้นไหม ซึ่งเผอไหมกับเผอฝ้ายต่างกันที่ความกว้าง)
แต่ฉันยังมั่นใจว่าต้องมีคนเก็บเผอค้นฝ้ายไว้ ไปถามอยู่สองสามคุ้ม ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "เอาเผอ มาทำเป็นเผอไหมหมดแล้ว ฉันเลยบ่นออกมาเสียงดังว่า "ทิ้งไปได้ยังไง ต่อไปลูกหลานอยากเห็นแล้วจะไปหาที่ไหนมา ของพวกนี้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมนะ" แหม ทำเป็นใช้ศัพท์สูง
แต่แล้วฉันก็สามารถหาเผอฝ้ายจนพบ และนำกลับไปให้แม่ดู แม่ถอนหายใจอีกครั้ง "เออ ยังอุตส่าห์มีคนเก็บไว้อีกนะ" แม่คงไม่อยากให้ฉันเรียนอีกแล้ว ถ่าไม่มีอุปกรณ์ฉันก็คงเลิกเรียน
ฉันได้อุปกรณ์มาก็ไปให้ย่าเล็กคนเดิมสอนให้ แต่คำตอบที่ได้มาคือ "จะเรียนไปทำไม มันยากนะ เดี๋ยวเธอก็ได้ตัดทิ้งอีกหรอก"
คราวนี้ฉันเป็นฝ่ายถอนหายใจ ย่าเล็กคงรู้จักนิสัยของฉันดี พอพูดได้แค่นั้นก็บอกให้ฉันไปเอาฝ้ายมาหัดค้นและมัดหมี่
ถ้าฉันตั้งใจที่จะทำอะไรแล้ว ก็ต้องได้ทำ จะยากแค่ไหน ก็จะลองทำก่อน จนถึงขั้นที่คิดว่าทำไม่ได้แล้ว จึงท้อจนเลิกทำ คำว่า "ยาก" ฉันจะเป็นคนเรียนรู้และพูดออกมาเอง ด้วยเหตุเพราะความยากแต่อยากทำนั่นเอง ผลของการเรียนมัดหมี่ฝ้ายจึงออกมาเช่นนี้
ฉันใช้เชือกฟางมัดเส้นฝ้ายสีขาวตรงจุดที่จะทำให้เกิดลวดลาย จากนั้นนำฝ้ายไปย้อมสีกรมท่า ตรงจุดที่ไม่ได้ใช้เชือกฟางมัดก็เป็นสีกรมท่าสมใจ แต่ตรงลวดลายนั้น แทนที่จะเป็นสีขาวกลับกลายเป็นสีคราม เพราะฉันมัดเชือกไม่แน่น แต่นึกว่าตนเองทำแน่นที่สุดแล้ว แต่แม่ผู้ชำนาญการบอกว่ามันไม่แน่น เหตุการณ์นี้ก็บอกฉันว่า ถ้าไม่ชำนาญก็เชื่อผู้เชี่ยวชาญเสียเถิด
เมื่อเกิดข้อผิดพลาดมัวแต่ทุกข์ระทมก็คงลืมมองหาข้อดีที่อาจเกิดขึ้นได้จากข้อผิดพลาดนั้น ตอนแรกที่มัดหมี่ไม่ได้มาตรฐาน ยาวบ้าง สั้นบ้าง การมัดไม่แน่นทำให้สีกลืนเส้นฝ้าย ฉันคิดว่าผ้าทอผืนนี้คงหาความสวยงามไม่พบ แต่จะให้ทิ้งก็กระไรอยู่ จึงนำมาทอ และพอทอไปเรื่อยๆ ลวดลายที่ควรจะเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนกลายเป็นสี่เหลี่ยมที่เว้าแหว่ง บางจุดมีรอยหยักเป็นคลื่น แต่ดูภาพรวมทั้งผืนแล้ว มันก็เก๋ไปอีกแบบ อีกทั้งสีกรมท่าที่เข้ามาปนเปื้อน บางจุดลวดลายเป็นสีขาว บางจุดเป็นสีคราม ดูๆ แล้วสีสันก็สวยใช้ได้
ถ้าฉันนำผ้าผืนนี้ไปตัดเสื้อ เสื้อของฉันก็จะมีอยู่ตัวเดียวในโลก เพราะถ้าฉันมัดหมี่ได้ตรงตามแบบ ย้อมฝ้ายแล้วสีไม่กลืนเข้าไป ทอผ้าออกมาก็จะเป็นลวดลายและสีเหมือนๆ กับคนอื่นที่เขาทำถูกต้อง เออ หาเรื่องเข้าข้างตนเองไปเรื่อยๆ ผ้าฝ้ายมัดหมี่ผืนนี้เลยเป็นความภูมิใจของฉันคนเดียว คนอื่นน่ะพูดว่า ให้เฉยๆ ยังไม่อยากได้เลย ขนาดนั้น
แต่ไม่ใช่ว่าการเรียนรู้ครั้งต่อไปแล้วผิดพลาดอีก ก็บอกว่าไม่เป็นไร และหาข้อดีจากข้อผิดพลาดนั้นอีก เพียงแต่เขียนเตือนตัวเองไว้ว่า ครั้งต่อไปต้องพยายาม และต้องไม่เกิดข้อผิดพลาดอีก
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเพราะยากจึงไม่อยากทำ เราก็ไม่รู้ว่ามันยาก แต่ถ้ายากแล้วอยากทำ นอกจากจะบอกตัวเองได้ว่ายากแล้ว เราก็ยังได้ทำ ได้ผลดีก็เป็นความภูมิใจ ได้ผลไม่ตรงตามที่ควรจะเป็น ก็มองเห็นข้อพลาดนั้น
ผ้าฝ้ายอีกผืนที่ไม่สวย แต่ก็เป็นฝีมือของฉันเอง
ลิงค์ถาวร
|