ปกติวันทำงาน ฉันจะตื่นนอนเวลา 06.30 น. แต่ตั้งใจไว้ว่าจะเดินออกกำลังกาย เพื่อไปซื้อกับข้าวที่ชมรมมังสวิรัติ หลังสวนจตุจักร ฉะนั้นต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า เพื่อที่จะเดินกัลบมาบ้านที่สะพานควาย ทำกิจวัตรปกติของทุกๆ วันที่เวลาหกโมงครึ่ง แต่ฟ้ามืดจัง ฝนก็ลงเม็ดหนัก เมื่อวานวันอาทิตย์ก็นอนดึก เอาละสิ ความสบายกับการงีบหลับอีกสักครึ่งชั่วโมง กับการฝ่าสายฝนทนง่วงเพื่อทำอย่างที่ตั้งใจ มันเกิดต่อสู้กันหนักทีเดียว (คิดว่าคงไม่เวอร์ที่จะเขียนวลีนี้)...ในที่สุด ฉันก็ตื่น ทำได้อย่างที่ตั้งใจ ก็เมื่อวันเสาร์ไปซื้อปิ่นโตมาแล้วนี่
การตื่นเช้ากว่าปกติ นอกจากจะได้เห็นฟ้ามืดที่เริ่มให้แสงสว่างอ่อนๆ ของวันใหม่ มันทำให้ใจสดชื่นแล้ว ยังได้ออกกำลังกายตอนเช้า ซึ่งหาโอกาสได้ยากมากสำหรับคนทำงานออฟฟิศ แม้ว่าจะเดินไปกลับแค่วันละ 20-30 นาทีก็ถือว่าได้ยืดแข้งยืดขาทุกวัน ที่สำคัญได้กินอาหารสุขภาพ ปลอดสารพิษอีกด้วย
การได้ทำอย่างที่เราตั้งใจและทำได้ มันให้ความรู้สึกดีมากๆ และผลพลอยได้นอกจากเรื่องสุขภาพก็คือ การถือปิ่นโตไปซื้อกับข้าว ประหยัดถุงพลาสติก อย่างน้อยก็ได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมนะ แม้จะเป็นแค่พลังเดียว แต่เห็นคนที่เขาไปที่ชมรมก็หิ้วถุงผ้ากันทั้งนั้น การได้เห็นและรับรู้สิ่งที่ดีๆ ที่สอดแทรกอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย มันดีอย่างนี้นี่เอง ที่จะรู้สึกดีมากถ้าเราได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องดีๆ นั้น
ชาวเมืองกรุงลองทำดูหน่อยไหม ไปซื้อของ 3 ร้าน ก็ใส่ถุงพลาสติกของร้านแรกร้านเดียวพอ หรือไปซื้อของบิ๊กซีก็ถือถุงผ้าไป เริ่มจากสิ่งเล็กๆ พลังเล็กๆ เหล่านี้แหละจะสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ได้ (เวอร์ไปอีกจนได้)
ลองดูนะ ถ้าทำได้อย่างที่ตั้งใจ เราจะรู้สึกดีมากๆ เลย