Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
หน้าแรก » Blogger » Blog เลย » ในวันที่อ่อนแรง
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
Main Menu
Main Category
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
» EREC
» IPCC
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่าย
อื่นๆ
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท
สนับสนุนเรา

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

Technorati Profile

free counter with statistics

ในวันที่อ่อนแรง

เขียนโดย เนตร
Wednesday, 31 December 2008


กลับมาอยู่บ้านได้ 9 เดือน ฉันได้ค้นพบอีกครั้งว่า ชีวิตที่มีความสุขคืออะไร แม้จะเหนื่อยกาย ไร้เงิน แต่ก็ไม่กังวล กระนั้นก็ตาม วิถีชีวิตของปุถุชนก็ใช่ว่าจะชื่นสุขอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มีบ้างบางเวลาที่รู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกิดกับ "ใจ" มากกว่า

ช่วงแรกของการกลับบ้าน "ใจ" ที่รู้สึกว่าวิถีการทำนาของหมู่บ้านได้เปลี่ยนแปลง ทำให้เศร้าใจขึ้นมากะทันหัน ฉันรู้มานานแล้วว่า หมู่บ้านของเราไม่มีการ ละวาน (การลงแขก) มานานแล้ว แต่เป็นการว่าจ้าง ที่นาที่ครอบครัวฉันทำอยู่เป็นที่นาของตา ซึ่งลูกๆ ทั้ง 10 ครอบครัวต้องทำด้วยกัน เมื่อก่อนไม่มีการว่าจ้างเพราะแรงงานในบ้านมีมาก แต่พอลูกๆ เรียนจบ ทำงานรับราชการเป็นส่วนมาก แรงงานก็ลดน้อย แม่ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของครอบครัว และไม่ได้เรียนหนังสือเป็นคนดูแลจัดการเรื่องการทำนา ตั้งแต่การไถคราดจนเสร็จสิ้นกระบวนการทำนา

แม่จะไปว่าจ้างญาติคนหนึ่งให้เขาไปหาคนมาทำนา (ฉันจะกล่าวถึงการดำนาก่อน เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ฉันไม่สบายใจ) โดยจ่ายเงินล่วงหน้าหรือกล่าวด้วยวาจาบ้าง บางคนยังไม่แน่ใจก็จะยังไม่รับเงิน แต่ส่วนมากก็จะมีตัวเลขที่แน่นนอนว่าใครจะมาช่วยบ้าง ที่ฉันบอกว่ามาช่วย เหตุผลคือ เขาจะไม่มารับจ้างก็ได้ แต่เหตุผลที่มาคือมาช่วยกัน พอถึงเวลาเขาดำนาเราก็ไปช่วยเขาแบบได้เงินเช่นกัน สมัยนี้หาคนรับจ้างดำนายากมาก ซึ่งบางครอบครัวถึงขั้นไปว่าจ้างคนจากหมู่บ้านอื่น ต้องขับรถไปรับไปส่งเลยทีเดียว

ก่อนวันดำนาฉันต้องหิ้วมัดกล้าไปวางไว้กลางทุ่ง  กะระยะ 1 มัดพอดีกับพื้นที่ที่จะปักดำกล้า วันดำนาวันแรกคือวันที่ฉันรู้สึกเศร้าใจ แทนที่จะได้ดำนาด้วย ฉันต้องวิ่งไปหยิบมัดกล้าที่อยู่ด้านหลังของคนที่มาดำนาออกมาให้พ้นจากหลังของพวกเขา แค่ย้ายมัดกล้าเอง แค่โยนไปข้างหลังเพื่อไม่ให้ตนเองถอยชน ทำไมเจ้าของนาผืนนั้นต้องเป็นคนวิ่งไปวิ่งมาเอง จนนึกในใจว่า ช่วยโยนไปข้างหลังเองเถอะ

หลังจากที่ได้ยินประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ "เนตรน้อย กั๋น (ฉัน) ชนมัดกล้าจะล้มแล้ว มาย้ายให้หน่อย"

ทำให้ฉันรู้สึกว่าการดำนาเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรือ ฉันไม่สามารถอยู่ย้ายมัดกล้าจนพวกเขาดำนาเสร็จ รู้สึกรับไม่ได้กับสิ่งที่เห็น วันนั้นโทรศัพท์หาเพื่อน ระบายมันออกมาให้หมด พร้อมกับเสียน้ำตาให้กับความเศร้าใจ ก่อนจะสงบสติอารมณ์และได้คำตอบให้กับตัวเองจากคำปลอบใจของเพื่อนว่า

เราซึ่งเป็นเพียงคนเล็กๆ หรือปัจจัยเล็กๆ ในสังคม ต้องเข้าใจและยอมรับให้ได้กับการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างใหญ่ ซึ่งครอบครัวไหนก็มีการว่าจ้างเหมือนกัน และก็มีบ้างที่จะเจอกับการร้องขอแบบนี้ หลายคนที่เป็นเจ้าของนาก็มีโอกาสได้เป็นคนวิ่งย้ายมัดกล้าแบบฉัน ถ้าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ก็ต้องเข้าใจและยอมรับ ถือว่าช่วยๆ กันไป

ถ้าเพียงฉันแค่เข้าใจ ก็คงจะยังต้องเศร้าใจอยู่ร่ำไป แต่ถ้าเข้าใจและยอมรับด้วย ใจที่รู้สึกเศร้าก็จะหายไป ฉันคิดว่าเรื่องเกือบทุกเรื่อง ต้องเข้าใจและยอมรับมันให้ได้ เราถึงจะสบายใจ คิดเหมือนกันไหมว่า การเข้าใจกับการยอมรับ มันมีเส้นกั้นให้แตกต่างกันอยู่นะ

แต่เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ฉันได้มองอะไรในแง่ดีบ้าง อย่างน้อย ญาติๆ หรือคนบ้านใกล้เรือนเคียงยังสละเวลามาช่วยงานในนาของเรา แม้จะเป็นในรูปแบบของการรับจ้างก็ตาม เพราะไม่เช่นนั้น ใครสักคนในครอบครัวของเราต้องขับรถไปรับคนจากหมู่บ้านอื่นๆ ที่อยู่ไกล เพื่อมาเหมาทำงานให้เสร็จ เขาอาจจะอยากต้องการโน่นนี่มากกว่านี้ เช่น อยากกินน้ำหวาน ขนม ชา กาแฟ ซึ่งฉันเคยเห็นมาแล้วว่าบางครอบครัวก็จัดหามาให้ ทำนาสมัยนี้ต้องเอาใจกันขนาดนี้เลย...

เวลาล่วงผ่านด้วยการใช้ชีวิตอย่างสุขใจ จนฤดูกาลทำนาเสร็จสิ้น ความเศร้าใจได้มาเยือนอีกครั้ง เมื่อรู้ข่าวว่า ทางเทศบาลจะสูบน้ำออกจากหนองน้ำ และเอาดินมาถม (แค่เพียง 4 ไร่ จากพื้นที่ 200 ไร่) ทำเป็นเกาะกลางน้ำ  ขุดลอกให้ลึก สร้างสะพานให้รถไปจอดกลางเกาะได้ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพร้อมกับรถบัสคันใหญ่ เพื่อเศรษฐกิจและความเจริญของหมู่บ้าน

จะไม่ให้เศร้าใจได้อย่างไร หนองสูง เมืองเล็กๆ มีทัศนียภาพที่สวยงาม ทั้งภูเขาโอบล้อมทุ่งนา เป็นเมืองของชนเผ่าผู้ไทย ที่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีตามฮีดคอง เสน่ห์ของหนองสูงคือความสงบ งดงามของผู้คน วัฒนธรรมและธรรมชาติ แต่ในเมื่อฝ่ายบริหารจะพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวเพื่อเหตุผลในแง่เศรษฐกิจ ฉันก็อยากให้มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เพราะคิดว่าถ้าเป็นเมืองท่องเทียวจริงๆ ก็อยากให้พวกเขามาซึมซับอะไรได้บ้าง เพราะเรามีความรู้มากมายให้เขาได้มาเที่ยวและเรียนรู้ในสิ่งที่เรามีในพิพิธภัณฑ์ นอกเหนือจากมีอยู่แล้วในวิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ตามปกติ อีกทั้งเมื่อปี 2550 มีการสร้างศูนย์วัฒนธรรมและบ้านผู้ไทยจำลอง 4 หลัง ซึ่งฉันคิดว่าเป็นสถาที่ที่เหมาะมาก

แต่พอไปเล่าความคิดให้ใครฟังหลายคน บางคนก็บอกว่า เป็นความคิดที่ดี แต่เราเป็นเด็ก บางทีก็ทำไม่ได้หรอก ได้แต่คิดนั่นแหละ บางคนก็พูดถึงแต่เรื่องเศรษฐกิจและรายได้ ฉันเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของดอกไม้ที่เบ่งบานด้วยความสดชื่น แล้วเหี่ยวเฉาทันทีทันใดเป็นเช่นไร ก็จากคำพูดต่างๆ นี่เอง

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ค่านิยมของคนในหมู่บ้าน จะนับถือกันที่ความมีหน้ามีตา มีเกียรติ มีเงินมีทอง ใครรับราชการถือเป็นคนที่น่านับถือ ได้รับการยอมรับ แต่ฉันซึ่งผู้เรียนหนังสือจบมา แล้วไปไหนไม่รอด ต้องกลับมา ทอผ้า ทำนา ทำไร่ ความเป็นราษฎรเต็มขั้น  ไม่ได้ทำงานกินเงินเดือน ความด้อยอาวุโส แม้คิดจะทำอะไรก็ไม่มีใครเห็นว่าจะทำได้ สิ่งที่ฉันทำจึงมาพร้อมกับความสงสัยและไม่เข้าใจ

ตอนที่ฉันนั่งทอผ้าอยู่ ใครผ่านไปมาหน้าบ้าน อาจจะเข้ามาไถ่ถามบ้าง แต่ฉันก็อ่านสายตาออกได้ เขาสงสัยว่าฉันจะมานั่งทอผ้าอยู่ทำไม บางคนถึงขั้นส่งสายตาของความสงสารมาก็มี แม้แต่เด็กข้างบ้านยังตั้งคำถามว่า ทำไมฉันถึงมาทำอาชีพทอผ้า ในเมื่อแม่ของเขาบอกว่า ฉันเรียนหนังสือเก่ง เพราะค่านิยมของคนส่วนใหญ่ยังฝังรากลึกว่า คนเรียนดี โตขึ้นก็จะได้ทำงานสบายๆ คำถามของเด็กก็ไม่แตกต่างจากคำถามของผู้เฒ่า เมื่อเห็นฉันกลับมาอยู่บ้าน

"เรียนจบล่ะบ่อ ทำงานผะเรอ ได้เป็นเจ้านายไหม" พอฉันตอบว่า ทำนา ทอผ้า เขาก็บอกว่า "อ๋อ ยังไม่ได้ทำงาน" การทำงานในความหมายว่า ได้เงินเดือน และเรียกคนรับราชการทุกหมู่เหล่าตั้งแต่ซีเล็กไปจนถึงซีใหญ่ว่าเป็น เจ้านาย

ฉันจะไม่ทำงานได้อย่างไร ในเมื่อทำนาก็จนสิ้นฤดูกาล ปลูกผักก็ได้กิน ได้แบ่ง ได้ขาย ทอผ้าก็เสร็จไปหลายลาย

ฉันได้เห็นค่านิยมของคนในหมู่บ้านชัดเจนก็ในวันแต่งงานของญาติคนหนึ่ง เมื่อถามแม่ว่า "คงได้ค่าดอง (ค่าสินสอดเป็นแสนนะ"

แม่ก็บอกว่า คนธรรมดาไม่ใช่เจ้านาย ได้ค่าดองไม่ถึงแสนหรอก

เออ ถ้ามีใครมาขอฉันตอนนี้ คงไม่ต้องมีค่าสินสอดถึงแสนหรอก เพราะฉันเป็นแค่ราษฎรเต็มขั้น นั่นเอง

เพราะรู้ตนเองเป็นคนธรรมดาสามัญ ไม่มีหน้ามีตา ฉันถึงคิดอยากทำโครงการหลายๆ อย่างเอง และเสนอขอทุนจากองค์กรต่างๆ เอง เพราะไปเล่าอะไรให้ใครฟังคงไม่มีใครฟัง หรือฟังแต่ไม่ยอมรับ แม้แต่คนในครอบครัวยังไม่เข้าใจและไม่ยอมรับ และจะหวังให้คนอื่นยอมรับในความคิดคงเป็นไปได้ยาก

แม้จะพบเจอวันที่อ่อนแรงบ้าง แต่การได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง ต่อสิ่งต่างๆ ก็ยังดีกว่าไม่ได้คิดอะไรเลย การคิดทำให้มีกำลังใจที่จะทำต่อ ตอนนี้ยังเป็นเพียงการคิดยังไม่ได้ลงมือทำ ก็ต้องรอดูต่อไปว่าจะทำได้หรือไม่ และผลจะเป็นเช่นไร แต่อย่างน้อยในวันที่รู้สึกอ่อนแรงหรือเหนื่อยล้า ฉันก็ไม่ได้ยอมแพ้หรือท้อถอย ยังคิดที่อยากจะทำอะไรหลายๆ อย่าง และเชื่อว่ากำลังใจที่ตนเองสร้างขึนมา คงจะได้ทำหลายอย่างที่คิดไว้บ้าง

 

ลิงค์ถาวร

 
   

 แม่ซันไลต์


บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1 Re: ในวันที่อ่อนแรง
เหมือนกันแหละเนตรที่พะเยาก็เหมือนกัน มีบ้างที่มีการเอามื้อ(ลงแขก) แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรับจ้างเสียมากกว่า ส่วนค่านิยมอื่นๆก็เหมือนกัน เขานับถือกันที่ยศถาบรรดาศักดิ์ และก็ใครมีเงินก็เป็นที่ยอมรับ

ส่วนเรื่องแต่งงานอันนี้ไม่ค่อยแน่ใจอ่ะ แต่ก็ลือกันทั้งหมู่บ้านแหละถ้าใครได้สินสอดเยอะ

ส่วนพี่กะจะหอบเสื้อผ้าไปอยู่กะผู้ชายเลยดีก่า (ถ้ามีใครให้อยู่นะ) 555 เพราะพ่อกับแม่บอกว่า รักใครชอบใครก็ไปอยู่กะเค้าเถอะ เป็นงัยวัยรุ่นมั้ยพ่อแม่พี่ 555...

ยังไงก็สู้ๆๆนะว่างพี่จะไปเยี่ยม
ผู้โพสต์ : แม่ซันไลต์ [Mon, 05 Jan 2009 14:36 58.137.97.66]

 tee
Numthang.Org

ผู้ดูแลเนื้อหา
ความคิดเห็นที่ 2 Re: ในวันที่อ่อนแรง
ก็เงินมันสร้างสวรรค์บนดินได้ มีใครบ้างที่ไม่อยากไปสวรรค์ตอนมีชีวิตอยู่อ่ะ

* สวรรค์ในความหมายนี้ไม่ใช่ผู้มีบุญ แต่เป็นผู้ที่เสพติดความสวยงามและความสะดวกสบาย

ผู้โพสต์ : tee [Mon, 05 Jan 2009 17:56 202.139.223.18]

 <*o*>


บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3 Re: ในวันที่อ่อนแรง
สู้สู้สู้ตาย! เป็นกำลังใจให้นะ
ดูแลรักษาสุขภาพด้วยล่ะ
ผู้โพสต์ : <*o*> [Wed, 07 Jan 2009 11:56 202.57.129.99]

 ก้อง


บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 4 Re: ในวันที่อ่อนแรง
สู้เค้านะครับ จะเป็นกำลังใจให้ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการจะใช้ชีวิตแบบคุณเนตรน้อย และเมื่อพูดให้ใครฟังเค้าก็ไม่เข้าใจ สู้สู้สู้
ผู้โพสต์ : ก้อง [Sun, 11 Jan 2009 10:23 124.121.178.163]
 
หน้า : 1

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
*
กรุณาพิมพ์ตามตัวอักษรเหล่านี้, ถ้าหากคุณอ่านไม่ออกให้กดส่งข้อความอีกครั้งเพื่อสร้างตัวอักษรใหม่
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net