Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
Numthang.org กับ "โครงการอาสาสร้างบ้าน(ดิน)นำทาง" รับอาสาสมัครมาสร้างบ้านดินในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าบ้านจะเสร็จ กดเข้าไป อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หน้าแรก » เนื้อหา » ข่าวและบทความอื่นๆ » หยุด!!! JTEPA
ค้นหา
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
  Host Unlimited Domains on 1 Account
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
» EREC
» IPCC
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่าย
อื่นๆ
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

free counter with statistics

หยุด!!! JTEPA

เขียนโดย tee
Monday, 02 April 2007




หยุดรัฐบาลชั่วคราวภายใต้การนำของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เดินหน้าลงนามเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น โดยกำหนดลงนามในวันที่ 3 เมษายน 2550 ทางเราขอส่งกำลังใจให้กับทีมงาน FTA Watch Group และเอาใจช่วยทุกๆ ท่านที่เกี่ยวข้อง


ผลสรุปความเสียหายของการลงนามในครั้งนี้

เรื่องสิทธิบัตรจุลินทรีย์

1. การลงนามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมิได้ให้ประโยชน์กับประเทศ ญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวเท่านั้น แต่เป็นการเปิดให้สหรัฐอเมริกา ยุโรป และ ประเทศอุตสาหกรรมอื่นทั้งหมดที่เป็นสมาชิกองค์กรการค้าโลก ได้สิทธิคุ้มครองไปพร้อมๆกันด้วย
ทั้งนี้โดยเป็นไปตามหลักปฎิบัติต่อ "คนชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favored-Nation Treatment)" ที่ระบุไว้ในมาตราที่ 4 และ 5 ของข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้ องค์กรการค้าโลก

2. ปัจจุบันมีสมาชิกในเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายกสิกรรม ไร้สารพิษและเกษตรกรกลุ่มอื่นๆที่ใช้จุลินทรีย์ในการปรับปรุงบำรุงดินรวมกัน มากกว่า 2 ล้านครอบครัว การใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ดังกล่าวเป็นการใช้ประโยชน์ขั้นต้น โดยรวบรวมจุลินทรีย์จากธรรมชาติมาทดลอง คัดเลือก และเผยแพร่ไปสู่สมาชิกในเครือข่ายและเพื่อนบ้าน
หากรัฐบาลไม่ตัดข้อความ ในข้อ 130(3.) ต่างชาติจะฉวยโอกาสเข้ามาจดสิทธิบัตร ใน จุลินทรีย์ตาม ธรรมชาติ รวมทั้งนำจุลินทรีย์ที่เกษตรกรใช้ประโยชน์ไปต่อยอดเพื่อพัฒนาเอา ไปใช้ประโยชน์ในทางพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม เป็นการขัดขวาง โอกาสในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ซึ่งเป็นมรดกของแผ่นดินอีกทั้งเป็นการทำลายรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจแบบพอเพียง

3. ตัวอย่างผลกระทบอื่นๆเช่น กรณีนายเดนิส กอนซาลเวส(Danis Gonslves) และมหาวิทยาลัยคอร์แนลได้ฉกฉวยจดสิทธิบัตรไวรัสใบด่าง จุดวงแหวนสายพันธุ์ไทยเมื่อวันที่ 18กรกฎาคม 2549 ส่งผลให้มะละกอ ดัดแปลงพันธุกรรมที่กระทรวงเกษตรฯกำลังทำวิจัยในประเทศไทยกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยคอร์แนล
กรรมสิทธิ์นี้ยังครอบคลุมไปถึง มะละกอสายพันธุ์ท้องถิ่นอื่นๆที่ผสมข้ามกับมะละกอดัดแปลงพันธุกรรม รวมไปถึงกรรมสิทธิ์ในพันธุ์พืชตระกูลแตง มะเขือเทศ และพืชอื่นๆทั้งหมด ที่นำเอายีนจากไวรัสใบด่าง จุดวงแหวนสายพันธุ์ไทยไปใช้ประโยชน์ด้วย เกษตรกรและแม้กระทั่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็ได้รับผลกระทบด้วยเพราะจะถูกเรียก เก็บค่าสิทธิบัตรสูงถึง 35 % ของยอดขายจากผลิตภัณฑ์หากพบว่าเกี่ยวข้อง กับสิทธิบัตรที่เขาจดไว้

4. การจดสิทธิบัตรในจุลชีพจะส่งผลกระทบต่อการวิจัยและการผลิต ยาและอาหารด้วย เนื่องจากจุลินทรีย์มีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนา เทคโนโลยีชีวภาพในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ยาที่ผลิตจากจุลินทรีย์ เป็นแหล่งตั้งต้นมีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านเหรียญในประเทศอุตสาหกรรม โดยขณะนี้มียาปฏิชีวนะที่ได้จากจุลินทรีย์มากกว่า 3,000 ชนิด

เรื่องการคุ้มครองพันธุ์พืช

1. เกษตรกรจะต้องใช้เมล็ดพันธุ์ราคาแพงเพราะการผูกขาดเมล็ด พันธุ์โดยบริษัทต่างชาติ
2. วัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ระหว่างกัน และการเก็บรักษา พันธุ์ไว้ปลูกต่อในฤดูถัดไปจะได้รับผลกระทบ ส่งผลต่อการลดลงของ ความหลากหลายทางพันธุกรรมในระยะยาว
3. แทรกแซงและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการกำหนดนโยบาย ที่จะคุ้มครองเกษตรกรภายใต้การบริหารกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542
4. สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆจะได้รับสิทธิเช่นเดียวกับญี่ปุ่น ตามหลักปฏิบัติต่อ "คนชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favored-Nation Treatment)" ที่ระบุไว้ในมาตราที่4 และ5 ของข้อตกลงทรัพย์สิน ทางปัญญาภายใต้องค์กรการค้าโลก

เรื่องขยะของเสียอันตราย

1. การส่งเสริมการค้าหรือการเปิดเสรีค้าขายขยะและของเสียอันตราย ระหว่างประเทศเป็นการขัดกับหลักการสากลเรื่องการจัดการของเสียโดย เฉพาะของเสียอันตรายที่มุ่งว่า แต่ละประเทศผู้ก่อมลพิษควรต้องรับผิดชอบมลพิษของตนเองจนถึงปลายทางภายในประเทศตนเอง
 

2. เนื่องจากการควบคุมของเสียอันตรายตามข้อบัญญัติกฎหมายไทย มีขอบเขตจำกัดอยู่มาก ทั้งในแง่ความไม่ครอบคลุมประเภทของเสีย อันตรายต่างๆ อย่างกว้างขวางเพียงพอ ขณะที่มาตรการการควบคุม ก็ไม่เข้มงวด และมีช่องโหว่มากมาย ดังนั้นการส่งเสริมการค้าขายสิ่งเหล่านี้ ตามความตกลง JTEPA จะเปิดโอกาสให้ขยะและของเสียอันตรายจากประเทศญี่ปุ่น ไหลหลั่งเข้ามาในประเทศไทยมากยิ่งขึ้นในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

3. เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการลักลอบนำเข้าขยะและของเสียอันตราย ที่กฎหมายห้ามมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัญหานี้มีอยู่แล้วจากการที่กฎหมายภายใน ของไทยมีความอ่อนแอในการบังคับใช้และขาดระบบการติดตามตรวจสอบ ที่เข้มแข็ง อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ปัญหาหนักหน่วงขึ้น การแก้ไขเรื่องนี้ ก็จะยิ่งยากขึ้น

4. การต้องรับขยะและของเสียอันตรายจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะโดย ผิดกฎหมายหรือถูกกฎหมาย ก็จะทำให้สถานการณ์ปัญหาโดยรวมในเรื่อง การจัดการของเสีย (โดยเฉพาะของเสียอันตราย) ภายในประเทศไทย เลวร้ายยิ่งขึ้นจากที่มีปัญหาอยู่แล้ว
นับตั้งแต่ปัญหาเรื่องภาระการกำจัด ที่อยู่ในสภาพไล่ตามปัญหา กล่าวคือ มีขยะและของเสียอันตราย จำนวนมากตกค้างไม่ได้รับการบำบัดหรือจัดการอย่างถูกต้อง ปัญหาการ ควบคุมมาตรฐานการกำจัด ปัญหาการจัดหาพื้นที่รองรับการกำจัด ปัญหา ความขัดแย้งกับท้องถิ่นที่ถูกใช้พื้นที่เพื่อการรองรับหรือกำจัดขยะ ปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากกิจกรรมการบำบัดหรือกำจัด ขยะและของเสียอันตราย ฯลฯ

เรื่องการเข้าถึงยาและบริการสาธารณะ

การใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิภายใต้ความตกลง JTEPA จะไม่สามารถเป็นกลไกลดราคายาลงได้ตามเจตนารมณ์ที่ระบุไว้ในกฎหมายไทย และความตกลงระหว่างประเทศ
จากประสบการณ์การประกาศบังคับใช้สิทธิที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนิน การในยา 3 รายการนั้น พบว่าสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ปีละ 1,035-1,665 ล้านบาท และสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเป็นจำนวนมากเข้าถึงยาได้มากขึ้น หากประเทศไทยยังยืนยันที่จะใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผู้ลงทุนของภาคีอีกฝ่าย(ซึ่งในที่นี้ คือนักลงทุนญี่ปุ่น) จะสามารถฟ้องเรียกร้องค่าชดเชย โดยใช้กลไกการระงับข้อพิพาท ระหว่างรัฐและเอกชน โดยผ่านอนุญาโตตุลาการนอกประเทศ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียประโยชน์ของประเทศชาติ เนื่องจากเป็นการพิจารณาโดยบุคคลเพียง 2-3 คน และ เน้นประโยชน์ทางธุรกิจ-การลงทุน มากกว่าประโยชน์สาธารณะ
 
นอกจากนั้น ความตกลงทวิภาคีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกับ สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ก็จะเรียกร้องให้ประเทศไทยให้การคุ้มครอง ผลประโยชน์ของเขาเท่ากับที่ประเทศไทยให้กับญี่ปุ่นตาม "หลักปฏิบัติ เยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง(Most Favored Nation - MFN)" นักลงทุนอเมริกัน และยุโรปซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมยาข้ามชาติ ก็จะได้สิทธิ นี้ด้วยเช่นกัน

ภาพข้อมูลจาก
FTA Watch Group - กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน

อ่านต่อ
คำประกาศคว่ำบาตรรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
คณาจารย์ ม.เที่ยงคืน ค้าน JTEPA ชี้ไม่ชอบธรรมหลายประการ
ศาลปกครองสูงสุดไม่รับฟ้องคุ้มครองฉุกเฉินให้ระงับลงนามJTEPA
 
 

 tee
Numthang.Org

ผู้ดูแลเนื้อหา
ความคิดเห็นที่ 1 Re: หยุด!!! JTEPA
16 องค์กรญี่ปุ่น ถวายฎีกาขอ 'ในหลวง' แนะรัฐบาลไทยตัดเรื่องของเสียออกจาก JTEPA

แม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังไม่อยากให้คนไทยเป็นเหยื่อ นี่ยังไม่รวมเรื่อง FTA ไทย-อเมริกา ที่ตอนนี้ฟักตัวอยู่เงียบๆ ขณะนั้นกลุ่มองค์กรต่างชาติยังออกมาประท้วงรัฐบาลประเทศเค้าเองเนื่องจากสงสารคนไทย

แล้วคนไทยอย่างเราๆ จะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร

ผู้โพสต์ : tee [Mon, 02 Apr 2007 21:21 203.152.3.20]

 tee
Numthang.Org

ผู้ดูแลเนื้อหา
ความคิดเห็นที่ 2 Re: หยุด!!! JTEPA
ประชาไท - 3 เม.ย.50
โฟเควสท์ รายงานว่า สำนักข่าวเกียวโด ระบุว่า นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น และพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีไทยได้ลงนามในข้อตกลงการเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจร่วมกันแล้ว ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะยกเลิกการจัดเก็บภาษีมากกว่า 90% สำหรับการค้าทวิภาคีในระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ข้อตกลงมีผลบังคับใช้


ขอบพระคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ใช้ส้นตีนถีบใครอีกหลายคนออกไปสู่แนวร่วมทรราช ถ้่าจะเกิดปฏิกริยากับผู้ที่เกี่ยวข้องหลังเหตุการณ์นี้ จงอย่าโทษใคร
ผู้โพสต์ : tee [Tue, 03 Apr 2007 23:27 203.152.4.113]

 tee
Numthang.Org

ผู้ดูแลเนื้อหา
ความคิดเห็นที่ 3 Re: หยุด!!! JTEPA
น่านแหละ ลงนามกับมันทีเดียว เอาไปเลย ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ผู้โพสต์ : tee [Thu, 05 Apr 2007 00:23 203.152.4.232]
 
หน้า : 1

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net