N
umthang
C
ommunity
Numthang.Org
อ่านว่า "นำทาง"
Numthang.org กับ "โครงการอาสาสร้างบ้าน(ดิน)นำทาง" รับอาสาสมัครมาสร้างบ้านดินในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าบ้านจะเสร็จ กดเข้าไป
อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หน้าแรก
»
เนื้อหา
»
ข่าวและบทความอื่นๆ
» รายงานเสวนา "คืนสู่วิถีธรรมชาติ ทั้งกายและจิตวิญญาณ" (3)
เจ้านี่มันเอาไว้ทำอะไร
ค้นหา
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา
ลงทะเบียน
ยกเลิก
Main Menu
หน้าแรก
กระดานสนทนา
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา
เดินทางมาหาเรา
สมุดเยี่ยม
Main Category
สิ่งแวดล้อม
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่ายพึ่งตนเอง
ข่าว,บทความอื่นๆ
Blog เลย
User Menu
E-Mail
รหัสผ่าน
จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
ผู้สนับสนุน
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
»
Green Peace
»
EREC
»
IPCC
»
Energy Fantasia
»
World Changing
»
Thai Climate
ที่อยู่อาศัย
»
สยามบ้านดิน
»
บ้านดินดอทคอม
»
บ้านดินอาศรม
»
baandinthai
อาหารและยา
»
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
»
ลานข่าวสุขภาพ
»
มูลนิธิสุขภาพไทย
»
สสส.
»
ธรรมชาติบำบัดบัลวี
เครือข่าย
»
ดร. เสรี พงศ์พิศ
»
เกษตรกรรมยั่งยืน
»
เศรษฐกิจพอเพียง
อื่นๆ
»
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
»
ประชาไท
»
Manager
»
โอเพ่น ออนไลน์
»
Blognone
»
ฟ้าเดียวกัน
»
คลับคนใช้อูบุนตู
»
Ok Nation Blog
»
GoToKnow
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท
สนับสนุนเรา
รายงานเสวนา "คืนสู่วิถีธรรมชาติ ทั้งกายและจิตวิญญาณ" (3)
เขียนโดย
tee
Friday, 30 March 2007
เฉลิม หวังบริรักษ์
นักธุรกิจผู้ผันชีวิตมาเป็นชาวนา
การจะมีสันติสุขในสังคมปัจจุบัน เป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าในสังคมยุคปัจจุบัน เรามีวิธีคิดแบบที่เรียกว่า ทำต้นทุนให้ต่ำสุด แต่สร้างกำไรให้สูงสุด แต่จริงๆ แล้ว การที่เราจะมีความสุขได้ อยู่ที่การดูแลจิตใจ ท่านพุทธทาสเคยสอนว่า คนต้องกลับไปหาธรรมเป็นหลัก ธรรมที่ว่านี้ก็คือธรรมชาติ แม้ว่าเราจะอยู่ในสังคม ก็ควรหาเวลาปลีกตัวออกมา ชีวิตมันก็ไม่ได้ง่ายนัก การที่ได้มาอยู่กับดินกับธรรมชาติมากขึ้น ก็ทำให้ประจักษ์ในสิ่งที่ท่านพุทธทาสได้สอนไว้ คือรู้จักธรรมชาติ รู้จักกฎของธรรมชาติ
การที่คนเรามาปลูกข้าว ได้เห็นข้าวแตกรวง เราไม่ได้คิดว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้มกับการที่เรามาทำอย่างนี้ เราจะหวังให้ได้ข้าวมากไม่ได้ ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนก็คือ เป็นไปตามธรรมชาติ เฝ้าดูมันเติบโต ให้มันแตกกอ ชื่นชมเวลามันออกรวง แล้วก็เก็บเกี่ยวอย่างมีความสุข ซึ่งความสุขนี้ไม่เกี่ยวกับกำไรขาดทุน เพียงแต่ว่าเราทำงานด้วยความเคารพในงาน เราชื่นชมในงานที่เราทำ เราเคารพในผลงานที่เราได้รับ เราก็มีความสุข การงานของเราก็เติบโตมา ผ่านวิกฤตมาได้มากมาย คำถามที่ว่า เราจะมีความสุขได้อย่างไร ก็คือธรรมะ ธรรมชาติ เคารพในกฎของธรรมชาติ และเคารพในผลที่ได้มาจากธรรมชาติ
พอเราได้ปฏิสัมพันธ์กับคนมากขึ้น ก็เกิดชุมชนขึ้น ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้คนมากขึ้น หลายคนก็มาจากต่างที่กัน ก็ได้มาเรียนรู้ร่วมกัน สิ่งที่ยึดเหนี่ยวเราไว้อย่างหนึ่งก็คือ เราต่างก็มีความรักร่วมกัน ความรักที่พูดถึงนี้ก็คือความปรารถนาดีร่วมกัน เป็นความเมตตาที่เรามีต่อกัน ความเข้าใจกัน แม้ว่าเราจะยินดีในความสำเร็จของกันและกัน แต่หลายๆ ครั้ง โลกธรรมมันก็มีการเปลี่ยนแปลงมีขึ้นมีลง เราก็มีสติสัมปชัญญะพอจะรับการเปลี่ยนแปลง หรือเวลาเผชิญปัญหาได้
การที่เราจะมีสันติสุขในชีวิตได้ ผมคิดว่า เราต้องรู้รับผิดชอบในหน้าที่ของเรา เคารพในธรรมะ ในธรรมชาติ ในกฎของธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็อยู่ด้วยกันด้วยพรหมวิหารธรรม มีความปรารถนาดี มีความเมตตา มีความเข้าอกเข้าใจ มีความกรุณา แล้วก็ตรวจสอบตัวเอง ในวิกฤตของชีวิตที่เกิดขึ้น หรือในสภาพสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน เราต้องรู้จักตัวเองให้ดีเสียก่อน
โดย องอาจ เดชา
ที่มา
ประชาไท
ตอบกระทู้
ชื่อ
*
E-Mail
หัวข้อ
*
บอร์ดโค้ด
สี
มาตรฐาน
แดง
ม่วง
น้ำเงิน
เขียว
เหลือง
ส้ม
น้ำเงินเข้ม
น้ำตาล
ทอง
เงิน
ขนาด
เล็กมาก
เล็ก
ธรรมดา
ใหญ่
ใหญ่มาก
Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
หน้าแรก
::
กระดานสนทนา
::
เกี่ยวกับเรา
::
ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a
Creative Commons Public Domain License
.
RSS Generator by
FeedCreator
Thank to Inspros.net