Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
Numthang.org กับ "โครงการอาสาสร้างบ้าน(ดิน)นำทาง" รับอาสาสมัครมาสร้างบ้านดินในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าบ้านจะเสร็จ กดเข้าไป อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หน้าแรก » เนื้อหา » ข่าวและบทความอื่นๆ » รายงานเสวนา "คืนสู่วิถีธรรมชาติ ทั้งกายและจิตวิญญาณ" (1)
ค้นหา
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
  Host Unlimited Domains on 1 Account
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
» EREC
» IPCC
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่าย
อื่นๆ
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

free counter with statistics

รายงานเสวนา "คืนสู่วิถีธรรมชาติ ทั้งกายและจิตวิญญาณ" (1)

เขียนโดย tee
Sunday, 25 March 2007


ช่วงนี้คงต้องเป็นบทความตัดแปะ เพราะว่าไม่ว่างเขียนจริงๆ ติดงานราษฏร์ คงจะวุ่นไปอีกหลายวัน อันนี้เป็นรายงานงานเสวนาที่น่าสนใจ แบ่งออกเป็นหายตอน เพื่อไม่ให้เปิดมาแล้วตกใจรีบปิดหนีไปซะก่อน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ "ร้านโขงสาละวิน" อ.เมือง จ.ลำพูน ของ "คุณกัลยา ใหญ่ประสาน" ได้มีงานบุญข้าวใหม่ และมีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง "คืนสู่วิถีธรรมชาติ ทั้งกายและจิตวิญญาณ" ขึ้น โดยพูดถึงการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำให้ผู้คนลดความอยาก ความโลภ โดยหันเข้าหาธรรมชาติ เพื่อค้นหาชีวิตและจิตวิญญาณกันมากขึ้น

นพ.เฉลียว ปิยะชน
นายแพทย์ นักเขียนอาวุโส ผู้สนใจในเรื่องสุขภาพธรรมชาติบำบัด

การดำเนินชีวิตเพื่อให้มีสันติสุขเป็นเรื่องใหญ่เหลือเกิน เพราะในสังคมปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยจะมีเท่าไร ในมุมมองของผม เราจะมีสันติสุขได้ ก็ต่อเมื่อเรามีสุขภาพดี สุขภาพของตัวเราก็สัมพันธ์กับสุขภาพของสังคม ของประเทศชาติและของโลก ทุกอย่างมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันหมด สุขภาพของเราจะมีอิทธิพลต่อคนอื่นก็เมื่อเรามาอยู่รวมกันหลายๆ คน แล้วระบบของสังคมก็จะมีอิทธิพลต่อเรามาก

ดังที่เราจะเห็นว่า วัฒนธรรมการบริโภคอาหารจานด่วนแบบตะวันตกเข้ามาโจมตีในบ้านเรา จนกระทั่งเด็กทุกคนหรือเกือบทุกคนจะบริโภคอาหารตามนั้น ซึ่งทั้งผู้ที่นำมาและเจ้าของตำรับ ปัจจุบันเขาก็ยอมรับว่า มันเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดการเสียสุขภาพ แต่มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นธุรกิจที่ต้องการเงิน ฉะนั้น จริงๆ แล้วสุขภาพของเราก็จึงถูกครอบงำด้วยระบบเศรษฐกิจ ระบบของสังคม เมื่อเป็นทุนนิยมสุดโต่งแล้ว มันก็ทำทุกอย่างเพื่อเงิน สุขภาพก็เป็นเรื่องรองไป ซึ่งต่างจากสังคมเก่าๆ

เรื่องสุขภาพเราอาจจะเคยได้ยินโฆษณาจากทางการว่า ให้รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ให้ออกกำลังกาย ทำจิตใจให้สงบ อะไรอย่างนี้ ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ง่ายและกว้างเกินไป ที่เขาแนะนำเพียงแค่นั้น เราก็ยังเห็นว่า ยังมีคนเป็นมะเร็งหรือโรคหลอดเลือดตายกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงมองว่าถ้าเราอยากมีสุขภาพดีจริงๆ จะต้องมองลึกไปกว่านั้น ลงลึกไปถึงองค์ความรู้ซึ่งจะนำมาซึ่งการปฏิบัติที่ถูกต้อง ในมุมมองของผม องค์ความรู้ที่จะเข้าไปสู่ธรรมชาตินั้น เรามีมากพอ และไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่เราสนใจและตั้งใจ ก็น่าจะทำให้เกิดประโยชน์ได้

ดังที่ทราบกันว่า การที่เรามีชีวิตอยู่ได้ ก็เพราะเราต้องรับสิ่งจากภายนอกเข้ามาสู่ตัวเรา อาหาร น้ำ และอากาศ เป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่มองไม่เห็นในรูป ของนามธรรม เรื่องของสังคม เรื่องของคุณธรรมทั้งหลาย ก็เข้ามาสู่ตัวเราด้วย ถูกพัฒนาการเป็นส่วนหนึ่งของเรา ดังคำกล่าวโบราณที่ว่า เราเป็นอย่างที่เรารับประทาน หรือว่า เราประจักษ์อย่างไรเราก็เป็นเช่นนั้น คือกรอบเรื่องสุขภาพของเราเป็นอย่างไร ตัวเราจะดำเนินชีวิตอย่างไร เราก็จะเป็นไปตามนั้น เพราะสิ่งที่เราเชื่อคือความจริงของเรา ถ้าเราไม่เชื่อความจริงที่คนอื่นเชื่อ สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ใช่ความจริงสำหรับเรา (อย่างเช่น ถ้าคนอื่นเชื่อว่าคนเราจำเป็นต้องทานเนื้อสัตว์ แต่ผมไม่เชื่อว่ามันเป็นความจริง แน่นอนมันจึงไม่เป็นความจริงสำหรับผมเลย)

ถ้าเราอยากจะมีสุขภาพดี ตัวเราก็ต้องเปิดกว้างที่จะรับกรอบความคิดใหม่ๆ กรอบความคิดที่จะทำให้เราพัฒนา มีชีวิตที่ดีขึ้น อาหาร น้ำ อากาศ ที่เรารับ ที่เข้าสู่ตัวเราทุกวินาทีนั้นมีความสำคัญ เพราะอาหารนั้นจะได้รับการย่อยประกอบกับน้ำและอากาศที่มีออกซิเจนแล้ว ก็จะเกิดปรับเปลี่ยนเป็นตัวเรา

ตัวเราก็ประกอบด้วยเซลล์ต่างๆ 60-100 ล้านล้านเซลล์ เซลล์ต่างๆ เหล่านี้มีปฏิกริยาทางชีวเคมี ฟิสิกส์ เกิดขึ้นตลอดเวลา และการที่เรารับเข้าไป ก็จะไปทำปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่มีอยู่ ดังนั้นจึงทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะเซลล์ต่างๆ เหล่านี้จะถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่เรารับเข้าไป อย่างเช่นผิวหนังเรานี้ก็จะมีอายุเพียง 1 เดือนก็จะหลุดออกและเกิดขึ้นใหม่ หรือว่าเซลล์เม็ดเลือดก็จะถูกผลิตขึ้นมาตลอดเวลา ของเก่าๆ ก็จะเสื่อมสลายไป ถ้าเราต้องการจะเปลี่ยนตัวเรา ก็จะต้องรับสิ่งที่ดีเข้าไป ภายในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็สามารถเปลี่ยนได้ ทั้งหมดร่างกายอาจจะเปลี่ยนได้ภายใน 1-2 ปี

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วอาหารจึงสำคัญมาก รองลงมาคือน้ำ และอากาศที่บริสุทธิ์ อาหารที่เรารับเข้าไป มีกลไกการย่อยตามธรรมชาติ ซึ่งธรรมชาติก็ได้กำหนดไว้ มีการบันทึกข้อมูลไว้ในเซลล์ ในดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นบันทึกที่มีมาตลอดนานแสนนาน

หากย้อนไปในสมัยบรรพบุรุษของมนุษย์ซึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำเมื่อ 10,000 ปีที่แล้ว ยุคสุดท้ายของน้ำแข็งที่ปกคลุมโลก ในทางพันธุกรรมเราก็สืบทอดมาจากมนุษย์ถ้ำ ก็มีข้อมูลเหล่านี้อยู่ในพันธุกรรม นักวิทยาศาสตร์ก็เขาก็ไปค้นหาว่า เมื่อหมื่นปีที่แล้วมนุษย์บริโภคกันยังไง โดยไปดูจากชุมชนที่ยังดำรงชีวิตเหมือนเมื่อหมื่นปีที่แล้ว ซึ่งก็มีหลายแห่งในโลก ก็มีการเจาะเลือด เอาอาหารของเขามาวิเคราะห์ว่ามีอะไรบ้าง ดูว่ามีวิถีชีวิตอย่างไร ก็พบว่า คนป่าพวกนี้เกือบจะไม่มีโรคความดันโลหิตสูงเลย แต่ว่าพวกคนที่อยู่ขอบป่า ซึ่งกินเกลือแกงเข้าไป จะมีความดันโลหิตสูงและมีมากขึ้นเป็นไปตามลักษณะของการบริโภคเกลือ

ก็แสดงว่า ในพันธุกรรมของเรา กำหนดว่าเราควรจะรับประทานเกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์น้อยที่สุด หรือเกือบจะไม่ต้องรับประทานเลย จากข้อมูลการวิจัยที่ผมกล่าวถึงนี้ ได้ตัวเลขที่น่าสนใจว่า สารอาหาร เกลือแร่ วิตามิน สามกลุ่มนี้ พบว่า เกือบทั้งหมด เรารับประทานน้อยกว่าที่พันธุกรรมเรากำหนดประมาณ 10 เท่า อย่างเช่น ไฟเบอร์ซึ่งเป็นใยอาหารที่อยู่ในพืช คนโบราณจะทานมากกว่าเราเป็น 10 เท่า นั่นคือต้องรับประทานพืชผักวันละจานใหญ่ๆ คำถามคือเราจะสามารถรับประทานให้ได้อย่างนั้นมั้ย

ส่วนเรื่องวิตามิน คนสมัยก่อนก็มีมากกว่าเรา 5-10 เท่า เราอาจจะทราบว่าวิตามินซี สามารถแก้โรคลักปิดลักเปิดหรือเลือดออกตามไรฟันได้ แต่นี่ก็เป็นความรู้เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว เกิดจากกลาสีเรือออกทะเลนานๆ ก็เป็นโรคนี้ พอให้มะนาวไปกินก็หาย ฉะนั้น 50-60 มิลลิกรัมต่อวันแก้โรคเหล่านี้ได้ ทุกวันนี้องค์ความรู้เรื่องวิตามินได้ขยายไปมากกว่าเดิมแล้ว ร่างกายเราจะสร้างเนื้อเยื่อ สร้างโครงสร้างสำคัญได้ก็ต้องอาศัยวิตามินซี เหมือนเสาเหล็กที่อยู่ในคอนกรีต ฉะนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี เราจำเป็นต้องรับสารอาหารให้เพียงพอ

โดย องอาจ เดชา

ที่มา
ประชาไท

**ส่วนที่เป็นตัวเอียงเป็นส่วนที่ผมเพิ่มเข้าไปเองเพื่อขยายความ
 

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net