Numthang Community
 
  Numthang.Org
    อ่านว่า "นำทาง"
Numthang.org กับ "โครงการอาสาสร้างบ้าน(ดิน)นำทาง" รับอาสาสมัครมาสร้างบ้านดินในทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์เป็นต้นไป จนกว่าบ้านจะเสร็จ กดเข้าไป อ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หน้าแรก » Blogger » Blog เลย » คืนเดือนแรม ตามแมงข้าวคั่ว
ค้นหา
สมัครรับข่าวสารจากทางเรา

ลงทะเบียน ยกเลิก
User Menu
E-Mail

รหัสผ่าน

จดจำการล๊อคอิน
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
   
ผู้สนับสนุน
  Host Unlimited Domains on 1 Account
ลิงค์
สิ่งแวดล้อม
» EREC
» IPCC
ที่อยู่อาศัย
อาหารและยา
เครือข่าย
อื่นๆ
รับบริจาค
$5 US
$10 US
$15 US
50 บาท
100 บาท
200 บาท

สมุนไพร เครื่องสำอางค์ ของกิน ของใช้ ปลอดภัย ราคาถูก

free counter with statistics

คืนเดือนแรม ตามแมงข้าวคั่ว

เขียนโดย เนตร
Tuesday, 22 April 2008


 

เดือนแรมคืนนี้ ดวงดาวพร่างพราวปูพรมทั่วผืนฟ้า พระจันทร์เหลืองนวลตาส่องประกายเป็นเสี้ยวสวยงาม ยิ่งยืนมองฟากฟ้าบนผืนนากว้างไกล ท้องฟ้า ดวงดาว พระจันทร์ ยิ่งดูงามตาทบทวี


 

ถ้าจำไม่ผิดเกือบ 20 ปีเห็นจะได้ ที่ฉันไม่ได้มายืนมองฟ้ากลางทุ่งนายามค่ำคืนแบบนี้ ฤดูร้อนลมแล้ง หลังจากที่ฝักมะขามสุกจนแก่ตายคาต้น และหล่นเกลื่อนใต้ต้น ใบมะขามแห้งเหี่ยวผลัดใบ และเริ่มผลิยอดอ่อน เป็นเวลาที่แมงข้าวคั่ว (ในภาษาบ้านฉันหรือแมงจินูนในภาษอีสาน และที่คนไทยภาคอื่นๆ รู้จัก) จะมากินยอดมะขามอ่อนเป็นอาหาร และคนบ้านเราก็ไปจับแมลงชนิดนี้มาเป็นอาหารอันโอชะเช่นกัน

                ฉันเคยสงสัยว่ามีเหตุผลใดถึงเรียกแมลงชนิดนี้ว่า แมงข้าวคั่ว ทำไมไม่เรียกว่าแมงมะขาม หรือแมงอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของมัน แต่ชื่อนั้นสำคัญไฉน ถ้าสิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่ว่า การหาอาหารชนิดนี้มาได้อย่างไรต่างหาก

                ฉันถือว่าการหาอยู่หากินเป็นวิถีชีวิตที่แฝงด้วยภูมิปัญญา ฉันรู้สึกทึ่งในความสามารถของผู้เฒ่าผู้แก่สมัยก่อนในการหาอาหารและถ่ายทอดสู่รุ่นต่อรุ่น ถ้าแม่ไม่พาฉันไปก้านแมงข้าวคั่ว (วิถีการหาอาหารโดยใช้ไฟส่องตอนกลางคืน เช่น ก้านกบเขียด) ฉันคงไม่รู้จักแมลงชนิดนี้ ถ้าแม่ไม่แหงนมองต้นมะขามที่เพิ่งผลิยอดอ่อน และก้มลงใต้ต้นมองเห็นคล้ายๆ เม็ดดินสีดำละเอียด ซึ่งก็คือขี้ของมัน ฉันก็คงไม่รู้วิธีสังเกต

                การไปหาแมงข้าวคั่วไม่ใช่แค่การไปหาอาหาร แต่สิ่งที่ฉันสัมผัสได้ คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว และคนบ้านใกล้เรือนเคียง ตอนเด็กๆ เวลาไปหาแมงข้าวคั่ว เราไม่ได้ไปเฉพาะครอบครัวเราเท่านั้น แต่มีลุง ป้า น้า อา พี่ๆ น้องๆ ไปกันเป็นกลุ่ม พอได้แมงข้าวคั่วมาเท่าไหร่ ก็มาแบ่งใส่ถ้วยให้เท่าๆ กัน ถ้าไปกัน 4 ครอบครัวก็ตักแบ่งเป็น 4 ถ้วย ถ้ายังไม่หมดก็แบ่งอีกเป็น 4 ถ้วยที่สอง ถ้าเหลืออีกนิดก็แบ่งเป็นกำ ฉันถึงรู้จักคำว่า การแบ่งปัน มาตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนเด็กๆ ฉันไม่รู้ถึงนัยสำคัญที่ลึกซึ้งของการหาแมงข้าวคั่วหรอก ฉันรู้เพียงว่า สนุกสนานและเสียงหัวเราะเป็นอย่างไร

                นอกจากนั้น การหาแมงข้าวคั่วคือการแบ่งหน้าที่กันทำ มีคนถือเสื่อ มีคนส่องไฟบนเสื่อ มีคนปีนต้นมะขาม หรือใช้ไม้ตีกิ่ง เพื่อเขย่าให้แมงข้าวคั่วบินออกจากต้นเข้าหาไฟ พอแมงข้าวคั่วบินตกลงมาบนเสื่อ ก็ช่วยกันเก็บใส่ถังน้ำ มีคนคนน้ำในถังเพื่อให้ปีกแมงข้าวคั่วเปียกบินหนีไม่ได้ ความสนุกสนานของเด็กๆ อยู่ตรงนี้นี่เอง

                แมงข้าวคั่วตกลงมาหลายๆ เก็บเอาถะแม (สิ) แล้วมือหลายคู่ก็ช่วยกันเก็บอย่างตั้งใจ

                โป๊ะ โอ๊ย

                ฮ่วย มิแม้นแมงข้าวคั่วตั๊ว หน่วยมะขามบักโหลง (มะขามฝักใหญ่) เหตุการณ์เจ็บเนื้อเจ็บตัวแบบนี้ก็เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ

                ต้นมะขามบางต้นไม่ดึงดูดใจแมงข้าวคั่ว บางทีเขย่าต้นแล้ว สิ่งที่หล่นบนเสื่อจึงมีทั้งใบและฝักมะขาม แบบนี้ก็สร้างเสียงหัวเราะได้เช่นกัน

                โห เห็นตะเบอมะขาม (เห็นแต่ใบ) มิเห็นแมงข้าวคั่วซักโต๋

                ภาพที่เด็กและผู้ใหญ่นั่งล้อมวงบนเสื่อ รอลุ้นว่าแมงข้าวคั่วจะตกลงมามากไหม เสียง โฮ เวลาเห็นมันตกลงมากแล้วช่วยกันเก็บ เสียงหัวเราะและรอยยิ้มเกิดขึ้นง่ายๆบนเสื่อกลางทุ่งนา ยามค่ำคืนลมโชยเย็นสบายนี่แหละ

 

                แต่...เวลาเปลี่ยน บางอย่างก็เปลี่ยนไป

                เมื่อสมัยพ่อแม่เป็นเด็ก ไฟที่ใช้ส่องคือ ขอนไม้ผุชุบน้ำยางของต้นยางจุดไฟใส่ในบั้งไม้ไผ่จุด ไฟลุกโชนอยู่นาน ต่อมาก็เป็นตะเกียงถ่านหิน ต่อด้วยตะเกียงน้ำมันก๊าด แต่มาตอนนี้ใช้ไฟนีออนต่อสายไฟกับหม้อแบตเตอรี่ อย่าว่าแต่คนหลงแสงสีเลย แมงข้าวคั่วก็ไม่ต่างกัน ถ้าใครใช้ไฟนีออน สีแดง เขียว ม่วง แมงข้าวคั่วจะบินเข้ามาหาแสงสีมากกว่าไฟนีออนธรรมดา ผลพิสูจน์มาแล้วจากปริมาณแมงข้าวคั่วที่ได้ระหว่างคน 2 กลุ่ม ฮาซะ การหาอยู่หากินก็มีพัฒนาการไม่ต่างจากสิ่งอื่นเลย

                เดือนแรมคืนนั้น แม้ฉันจะรู้สึกดีใจที่ได้หวนกลับไประลึกถึงความสนุกสนานในวัยเด็ก แต่แมงข้าวคั่วที่ตกบนเสื่อมีน้อยมากเมื่อเทียบกับตอนเด็กๆ ที่มีมากจนเห็นตัวสีน้ำตาลเต็มเสื่อ เก็บแทบไม่ทัน ทำให้นึกถึงอาหารอย่างอื่นตามท้องนาป่าเขาที่มีน้อยลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดหรือหน่อไม้ และเด็กๆ ในหมู่บ้านฉันก็ไม่มีใครอยากไปหาแมงข้าวคั่วแล้ว แม้แต่ผู้ใหญ่ก็มีน้อยลงที่อยากจะไปหาอยู่หากิน คงเป็นเพราะตลาดมีทุกสิ่งให้เลือกสรร

                แต่...เวลาเปลี่ยน บางอย่างก็ยังคงเดิม

                แม้ต้นมะขามกลางทุ่งจะน้อยลงและมีแมงข้าวคั่วน้อยลง แม้เวลาของเราจะมีไม่มากเท่ากาลก่อน แม้เราจะมีเงินซื้อแมงข้าวคั่วที่ตลาด แต่คืนนั้นก็ยังมีแมงข้าวคั่วให้เราไปหา แต่เราก็มีเวลาไปเดินผ่านกลางทุ่งนายามค่ำคืน แต่เราก็สมัครใจที่จะไปหาอยู่หากินเอง

                เวลาเปลี่ยน บางอย่างเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่หายไป

                การไปหาแมงข้าวคั่วในคืนนั้น จึงทำให้ฉันรู้สึกสนุกและมีความสุข ไม่ต่างจากความสนุก ความสุข เมื่อ 10 กว่าปีก่อน

 

คืนวันที่ 9 เม.ย. 2551 20.00 น.

 

ตอบกระทู้
ชื่อ *
E-Mail
หัวข้อ *
บอร์ดโค้ด
สี ขนาด Close all tags
เนื้อหา
แสดงอารมณ์
B) ;) :) :P
:laugh: :ohmy: :sick: :angry:
:blink: :( :unsure: :kiss:
:woohoo: :lol: :silly: :pinch:
:side: :whistle: :evil: :S
:blush: :cheer: :huh: :dry:
Extreme
*
รูปภาพ
สามารถอัพโหลดรูปภาพได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องย่อก่อน ระบบจะย่อรูปให้โดยอัตโนมัติ
 
หน้าแรก :: กระดานสนทนา :: เกี่ยวกับเรา :: ติดต่อเรา
© 2007 Numthang.org อ่านว่า 'นำทาง' โดย Free Developer Foundation.
No Rights Reserved. This site is licensed under a Creative Commons Public Domain License. RSS Generator by FeedCreator

Thank to Inspros.net