|

ลักษณะทางกายภาพ
แคบ้าน เป็นต้นไม้เนื้ออ่อน ไม้ยืนต้น สูง 3-5 เมตร โตเร็วมาก มีกิ่งก้านมาก เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาล มีร่องขรุขระตามยาว หนา เปลือกในสีชมพู รสฝาด ใบเป็นใบประกอบขนนก มีใบย่อยมากกว่า 50 ใบ แคบ้าน เป็นพืชตระกูลถั่ว มีจุลินทรีย์ที่ปม ของรากสามารถจับธาตุไนโตรเจนในอากาศนำไปใช้ ประโยชน์ได้ "แคบ้าน" จึงเป็นพืชที่ปลูกเพื่อปรับปรุงดินได้ดี
สรรพคุณ
ส่วนที่นำมารับประทานได้ มียอดอ่อน ดอกอ่อน ใบอ่อน และฝักอ่อน ออกในช่วงฤดูฝน ส่วนดอกอ่อนจะออกในช่วงฤดูหนาว ดอกแค 100 กรัม หรือ 1 ขีด ให้พลังงานต่อร่างกาย 10 กิโลแคลอรี มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก แคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีสอง และวิตามินซี การรับประทานดอกแคจะทำให้ร่างกายได้เส้นใยอาหาร ดอกแค เมื่อแก่จนกลีบร่วง ก็จะมีฝักอ่อน นำมาทำอาหารได้ การนำดอกแคมาทำอาหารต้องเด็ดเกสรสีเหลืองของดอกแคออกก่อนจะทำให้ไม่มีรสขม
ทำแกงส้มป้องกัน ไข้หัวลม หรือ ไข้เปลี่ยนอากาศดีมาก จึงอยากแนะนำให้ปลูกในบริเวณบ้าน ต้นหรือสองต้น จะได้ประโยชน์ทั้งเป็นอาหารและมีสรรพคุณทางสมุนไพรอีกด้วย โดย เปลือก ในของต้นใช้อมแก้ลิ้นเป็นเม็ดคันๆ แสบๆ บริเวณลิ้น เปลือกต้นใช้ต้มหรือฝนกินเป็นยาแก้ท้องร่วง แก้บิด มูกเลือด คุมธาตุได้ ใช้ภายนอก ชะล้างบาดแผล ดอก ใบ เปลือก และราก เป็นยาหมด
ชาว อินเดีย ใช้สูดเอาน้ำที่คั้นได้จาก ดอก หรือ ใบ เข้าจมูกรักษาโรคริดสีดวงจมูก ทำให้มีน้ำมูกออกมา แก้ปวดและหนักศีรษะดีมาก ใบสด ตำละเอียดพอกแก้ฟกช้ำ ในงานวิจัยของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ยอดอ่อน "แคบ้าน" มี เบต้าแคโรทีน สูงมาก จำนวน 1 ขีด ได้เกือบครึ่งหนึ่งของที่ร่างกายต้องการใน 1 วัน สามารถต้าน มะเร็งได้
แค มีรสขม อันรสขมมิว่าของมะระหรือแคช่วยกวาดล้างเมือกมันในช่องปากทำให้ลิ้นเสียความรู้สึก แต่กลบทำให้อยากรับประทานอาหาร อึกนัยหนึ่งคือช่วยให้เจริญอาหารนั่นเอง คนโบราณนำมาต้มจิ้มน้ำพริกบ้าง แกงส้มบ้าง ทั้งป้องกันและแก้ไข้ได้ผลชะงัดนัก ส่วนมากนิยมใช้ยอดอ่อน ๆ ต้มจิ้มน้ำพริก จะได้ผลมากกว่าแกงส้มดอกแค
ถ้าคนไข้กินยาง่าย ไม่ย่อท้อรสขมหรือฝาดเฝื่อน ก็ต้มเปลือกแคจนได้น้ำขันดื่มเพียงครึ่งแก้วก็พอ ส่วนคนกินยาขากควรใส่น้ำมากและใส่เกลือแกงเวลาต้มยาด้วย ช่วยให้กินได้ง่ายกับช่วยชดเชยเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียเพราะท้องร่วง ยาตำรับนี้อย่ากินมาเกินไป อาจอาเจียนหรือทำให้ท้องผูกได้
ใบแคและดอกแคนำมาต้มกินนอกจากจะช่วยป้องกันไข้หัวลม แก้ไข้แล้วยังช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยระบายท้อง และแก้อาการหัวใจสั่นได้อีกด้วย
ปวดฟัน เป็นรำมะนาด ใช้เปลือกแคต้มน้ำมาอมบ้วนปาก หรือใส่เกลือจนมีรสเข้มข้น อมแล้วจะบรรเทาอาการเจ็บปวดจนกระทั่งหายขาด ผู้มีอาการร้อนในมากจนปากลิ้นเปื่อย เป็นแผลเจ็บปวด เพียงนำเปลือกแคเคี้ยวและอมไว้ ไม่นานอาการเหล่านั้นก็จะหายไป
เป็นผดผื่นคัน ใช้เปลือกแคต้มน้ำใส่เกลือเล็กน้อย นำน้ำยาสีค่อนข้างแดงที่อุ่น ๆ มาล้างบริเวณที่เป็น บางตำราใช้เปลือกแคฝนกับน้ำปูนใส รักษาอาการคันตามผิวหนัง
วิธีขยายพันธุ์
เมื่อแก่จะแพร่พันธุ์ด้วยเมล็ด เจริญเติบโตง่าย มีอายุไม่นาน ก็ยืนต้นตาย แพร่พันธุ์ด้วยฝักที่มีเมล็ดแก่จัด
การดูแลรักษา
แค ปลูกได้ในทุกพื้นที่ ทั้งดินเหนียวและดินปนทราย นิยมปลูกเป็นรั้วบ้าน คันนา ริมถนน และในบริเวณบ้าน หรือปลูกไว้เพื่อปรับพื้นที่ให้มีปุ๋ย เพราะใบแคที่ผุแล้ว ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์
ลิงค์ถาวร
|