|
นำทางใกล้จะครบ 3 ขวบในเดือนสิงหาคมนี้แล้ว ช่วงนี้มักจะโดนถามบ่อยๆ ว่าเข้าโรงเรียนรึยัง เรียนที่ไหน จะเข้าที่ไหน เข้าเมื่อไหร่ (อันที่จริงเริ่มมียิงมาตั้งแต่เกือบ 2 ขวบแล้วมั้ง ... จะเร่งกันไปไหนเนี่ย) ช่วงนี้แม่เริ่มคิดอะไรไว้มากกว่าเดิมบ้างแล้วว่านำทาง 3 ขวบแล้วจะทำอะไรกันบ้าง จะเรียกว่า "สอน" ก็คงไม่ใช่ การเรียนของนำทางไม่ใช่การเรียนแบบทั่วไป แม้จะบอกว่า Home School แต่ก็ไม่ใช่แบบที่เข้าใจกันทั่วไปอีกนั่นแหละ ไม่ใช่การจับนำทางนั่งเรียนหนังสือเรียนของกระทรวงศึกษาธิการอยู่กับบ้านนะ แต่เรียกว่าเป็น "การศึกษาเรียนรู้" จะถูกต้องกว่า

(ภาพประกอบจาก Ms. S. Busch's Kindergarten)
เอาเข้าจริงแล้ว ใจแม่ก็ไม่ได้คิดว่า 3 ขวบนี่มันต้องเรียนอะไรนักหรอกนะ การเล่น การใช้ชีวิตประจำวันอยู่ทุกวันนี่มันคือการเรียนรู้ของเด็กเล็กอยู่แล้ว ถ้าจะให้มีอะไรลึกซึ้งแบบต้องตั้งใจให้มากกว่าที่เป็นอยู่ปกติแม่ว่ามันน่าจะตามภาคบังคับ คือ 6-7 ขวบไปแล้วนู่น บางโรงเรียนอย่างโรงเรียนทางเลือกหลายแห่งในปัจจุบัน ในชั้นอนุบาลก็ไม่ได้ทำอะไรกันนอกจากเล่น ทำกิจกรรม หัดให้ช่วยเหลือตัวเอง ไม่ต้องมานั่งหัดอ่าน นั่งเขียนหนังสือ หัดจับดินสอแบบโรงเรียนวิชาการ (ซึ่งมันไม่เหมาะกับสรีระเลยที่ต้องมาลากตามจุด ตามแบบ หรือตามคนอื่นจับตั้งแต่ตอนนี้) มันควรจะเป็น free play ไปจนกว่าจะจัดการตัวเองในเรื่องทั่วไปได้ก่อน ถ้าเทียบตามอนุบาลแบบทันเด็ก (ไม่ใช่ทันโลกหรือทันความต้องการของผู้ใหญ่) เรื่องเล่น เรื่องให้หัดทำอะไรเอง นำทางก็เป็นปกติอยู่แล้ว เหมือนบ้านอื่นทั่วไป (ที่พ่อแม่หรือคนเลี้ยงสนับสนุนให้เด็กได้หัดหนะนะ) ดังนั้น นำทางก็เข้าเรียนแบบคนอื่นเค้ามานานแล้วหละ โอเค๊?
แล้วทีนี้ ตกลงว่าแม่ได้คิดอะไรไว้ให้นำทางเปิดเทอมตอน 3 ขวบบ้างล่ะ?
คำตอบก็คือ ใช้ชีวิตปกติ แต่ให้ทำอะไรมากขึ้นกว่าเดิมในเรื่องการช่วยเหลือตัวเอง คงไม่แจกแจง ก็ทุกอย่างที่ควรแก่วัยหนะแหละ ส่วนที่นอกเหนือจากเรื่องการช่วยเหลือตัวเองก็เรื่องเล่น จะพาไปเล่นกับเพื่อน ไปร่วมทำอะไรกับคนอื่นมากขึ้น ส่วนเรื่องทางวิชาการหากใครอยากรู้ ก็ไม่รู้ว่าจะใช่คำตอบแบบทางวิชาการหรือเปล่า แต่ก็คงเป็นอ่านหนังสือให้ฟังเหมือนปกติ
หนังสือที่อ่านให้นำทางฟังช่วงนี้จะเป็นพวกนิทานธรรมะ นิทานชาดก หรือบางทีก็หนังสือธรรมะของแม่เองเลยนี่แหละ อ่านไปนำทางก็ฟัง แม่ก็อ่านต่อสิ ^^Y บางคืนที่เหนื่อยจะอ่าน หรือมีแววว่าจะหลับยาก ก็จะเปิดไฟล์เสียงธรรมเทศนาให้ฟังไปด้วยกันเลย นำทางก็ฟังด้วยอีกแน่ะ ไม่เคยบอกว่าไม่ฟังหรือให้ปิดที Y^^Y
ดูไปแล้วเหมือนจะไม่มีอะไรที่เป็นพิเศษ ซึ่งก็คงเป็นอย่างนั้น เพราะเราต้องการอะไรที่เป็น "ธรรมดา" ปกติ เรียบๆ สอนเหมือนไม่สอน เรียนเหมือนไม่เรียน แต่ปล่อยให้ลื่นไหลไปตามชีวิตของลูก เราสอดแทรกให้ตามทางของลูกได้เสมอ และสิ่งที่เราเน้นกันมันก็ไม่ใช่รูปธรรมสักเท่าไหร่ หลักสูตรของนำทางก็เป็นตามที่แม่เคยเขียนไว้หนะแหละ
"การเป็นอยู่ในแบบของบ้านเราก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่แม่เชื่อว่าได้ให้จิตสำนึกที่ดีและเป็นภูมิคุ้มกันทางใจแก่ลูกด้วยตัวของมันเอง แม่กับป๊าไม่ขอแลกการเลี้ยงลูกเองกับการสร้างทรัพย์สินเงินทอง แม่กับป๊าจะให้ลูกรู้จักทำมาหากินไม่ใช่ทำมาหาเงิน แม่กับป๊าจะทำให้ลูกรู้จักธรรมชาติและอยู่กับธรรมชาติไม่ใช่เอาเปรียบธรรมชาติ แม่กับป๊าจะสอนวิธีรักษาและสร้างทรัพยากรเพื่อโลกไม่ใช่เพื่อถือครองเป็นของตัว แม่กับป๊าจะให้ความรู้แก่ลูกเพื่อให้ถ่ายทอดต่อได้ไม่ใช่เพื่อให้เหนือกว่าคนอื่น แม่กับป๊าจะทำให้ลูกรู้จักความสุขที่แท้เพื่อจะได้แบ่งปันความสุขได้ แม่กับป๊าจะทำให้ลูกรู้จักชนะใจตัวเองซึ่งสำคัญยิ่งกว่าการชนะผู้ใด แม่กับป๊าจะสอนให้ลูกสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้แม้วันหนึ่งแม่กับป๊าอาจจะ ไม่สามารถให้อะไรแก่ลูกได้อีกต่อไป และเหนืออื่นใดถ้าเป็นไปได้ เราอาจจะพาให้ลูกพบทางสู่นิพพาน... แม่จะทำให้ลูกมีภูมิคุ้มกันทางใจที่แข็งแรงพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเองและยังอาจช่วยเหลือผู้อื่นได้ แม้ไม่มีทรัพย์สมบัติอย่างที่ใครๆ เห็นว่าต้องมีไว้เพื่อเป็นรากฐานให้ลูก เพื่อให้ลูกก่อร่างสร้างตัวหรือเป็นทุนในอนาคต หรือเผื่อใช้ยามฉุกเฉิน ทุนที่นำทางได้รับเหล่านี้จะทำให้นำทางไม่อดตายแน่นอน ทั้งยังจะนำความสุขมาสู่ลูกและผู้คนรอบข้างอย่างง่ายๆ"
ดังนั้นก็สรุปได้ว่า นำทางจะได้รับการศึกษาเพื่อที่จะผ่านหลักสูตรเหล่านี้ไปให้ได้ หลักสูตรต่อๆ ไป จะมีอะไรอีกก็จะมาบันทึกไว้เพื่อที่แม่เองจะได้มาอ่านอีกทีกันลืมว่ามีตกหล่นเรื่องใดไปมั้ย และถ้ามีอะไรที่เป็นรูปธรรม (ซึ่งอาจจะดูยากหน่อยสำหรับหลักสูตรแบบนำทาง) ก็จะบันทึก จัดเก็บข้อมูล รวบรวมไว้เป็น portfolio ของนำทางอีกที ซึ่งน่าจะเป็นพวกวิชาเสริมมากกว่านะที่จะทำ port ได้ เช่น คณิต ภาษา ฯลฯ แต่ยังไม่ได้ใส่ใจเน้นในช่วงนี้ เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็รู้แบบน่าพอใจแล้ว ไว้ถึงเกณฑ์ภาคบังคับค่อยเริ่มวิชาเสริมจริงจัง(ขึ้น)อีกที ตอนนี้เป็นช่วงที่ต้องปลูกฝังจิตสำนึก ความคิดอ่าน ทัศนคติ ความเป็นตัวตนที่จะกลายเป็นนิสัยในระยะยาว และพาให้เข้ากระแสธรรมก่อน
ปล. จะจบหลักสูตรธรรมบรรลุก่อนแม่มั้ยน้อ แม่มันเห็นตัวเองเป็นตัวเป็นตนมานานกว่าหนูมากเลยลูกเอ๊ย ท่าจะวางลงหมดได้ยาก ^^"
ลิงค์ถาวร
|