|
วันนี้เปลี่ยนแผนเป็นไปที่บ้านตัวเองก่อนเข้าไปที่เขาพนม เพราะเมื่อวานไม่ได้เข้าบ้าน หมา แมว อดข้าวกันไป 1 วัน เช้าเลยเอาเข้าไปให้ และแวะดูชาวบ้านทับปริก ไปที่วัดทับปริกไม่มีผู้ลี้ภัยแล้ว เจอชาวบ้านที่มาเตรียมงานศพแทนเลยเข้าไปสอบถามดู ได้ความว่าน้ำลดแล้วก็เลยแยกย้ายกลับเข้าบ้านกันเมื่อวานนี้เอง เราก็เลยไม่ได้เอาอะไรไปให้อีก นึกห่วงคนที่บ้านพังไปเลยทั้งหลังไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้าง คงไปอยู่บ้านญาติแล้วมั้ง (คนแถวนี้มักเป็นญาติกันอยู่ใกล้ๆ กัน) เอาไว้พรุ่งนี้จะกลับไปนอนบ้านตัวเองละ จะแวะไปคุยกับผู้ใหญ่บ้าน สอบถามข้อมูลครอบครัวที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก เช่น ครอบครัวที่บ้านพังหมด แล้วเราจะได้จัดสรรช่วยเหลือต่อไป
ฝนตกตั้งแต่ที่บ้าน หนักพอดู ป๊าเริ่มหวั่นใจว่าบ้านดินของเราจะไหวมั้ยนั่น หลังคายังไม่มี คานไม่สูงเท่าไหร่ ฝนก็สาดทุกวันมาหลายวันมากแล้ว แถมความชื้นในดินก็เต็มเปี่ยมดูดขึ้นมาถึงคาน สงสัยว่าจะทำให้อิฐดินที่ตัวบ้านชื้นไปด้วยไหม ป๊าบอกว่าขอทำใจก่อนว่ามันอาจจะพังลงมา (อิฐดินก็พังเพิ่มไปอีกกอง T T)
แวะส่งคุณลูกบ้านอาม่าอีกรอบ เด็กไม่ไปออกปฏิบัติงานด้วยแล้ววันนี้ บ่นอยากวิ่งอยากเล่น นั่งรถนานทั้งวันอยู่ไม่สุขเลย แม่เลยต้องพรากจากลูกนานเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตร่วม 5~6 ชม. (คิดถึงนะ แต่ก็ดี ได้พักหูจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีกว่า ;p)
ไปถึงเขาพนมแวะร้านศรีไสวอีกรอบ เข้าไปซื้อเสื้อผ้าเด็กเพิ่ม ทางร้านเลยฝากเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคมาให้เราเอาไปแจกจ่ายด้วยเลย (มีรถเข็นติดป้ายรับบริจาควางไว้ให้คนเอาของมาใส่หน้าร้าน มีแต่เสื้อผ้าทั้งนั้น) เสร็จแล้วเข้าไปที่โรงพยาบาลเขาพนมก่อน เพื่อเอาของไปแจกจ่ายให้ผู้ป่วย ไปถึงก็ปรากฎว่ามีได้ของกันบ้างแล้ว ครอบครัวที่มีเด็กมักได้เยอะกว่าเตียงที่มีแต่ผู้ใหญ่ แต่ก็มีแต่ของกินอาหารแห้ง เสื้อผ้าผู้ใหญ่เพิ่งมีคนเข้ามาให้ก่อนหน้าพอดีนิดหน่อย ไม่มีเสื้อผ้าเด็ก เลยได้เอาเสื้อผ้าเด็กให้เด็กๆ ที่โรงพยาบาลไปเลย รวมถึงเสื้อผู้ใหญ่ด้วย ทุกเตียงจะมีญาติๆ มาอยู่ด้วย ยกเว้นเตียงนึงที่เป็นคุณตา ไม่เห็นมีญาติอยู่ด้วยเลย เข้าไปคุยด้วยแกก็บ่นให้ฟังว่าอยากกลับบ้านแล้ว แต่หมอไม่ให้กลับ แล้วดูรอบเตียงแกแทบไม่มีของเลย เลยเอาเสื้อ นม แล้วก็ปลากระป๋อง ให้แกไปเยอะหน่อย (ในรูปคือเตียงถัดไปจากเด็กผู้ชาย พอดีมีคนจากในเมืองเข้ามาพอดีพร้อมๆ กับเราเลยดูคนเยอะ)

แล้วก็ได้เจอน้องบอลคนดังที่พาน้องชายรอดชีวิตจากดินถล่มมาได้ เตียงนี้ของเยอะสุดเลย (แต่ก็สมควรได้รับ เพราะแค่นี้ก็ยังไม่พอกับที่เสียไป ครอบครัวนี้เสียชีวิตและยังหาไม่เจอหลายคน บ้านก็พังหมดแล้วด้วย - ข่าวล่าสุดที่ฟังเมื่อหัวค่ำคือเจอศพน้องสาวแล้ว TT^TT) แต่ก็เหมือนเดิมยังไม่มีเสื้อผ้าเด็กก็เลยเอาเสื้อผ้าให้น้องของน้องบอลไป ส่วนน้องบอลก็ให้เสื้อผู้ใหญ่ไป คงใส่แบบหลวมๆ ไปได้อยู่

แจกจ่ายครบทุกเตียงก็เข้าไปที่วัดเขาโกบ เอากระเป๋าเป้ ไฟฉาย และรองเท้าบู๊ท ไปให้หน่วยกู้ภัยอีก ไปถึงตกใจเห็นเต้นท์โดนทะลาย ไม่มีคนอยู่ นึกว่าย้ายวิกไปช่วยที่อื่นต่อแล้วหรือ ลงไปเดินดูก็เห็นรถยังอยู่ วนไปมาถึงได้เจอไปอยู่กันอีกที่นึง พวกเค้าบอกว่า เต้นท์นั้นเป็นของร้านค้าเค้ามาเก็บไปแล้ว เลยต้องหาที่นั่ง-นอนกันใหม่ พูดแถมท้ายแบบฟังแล้วสะอึกนิดๆ ว่า "พวกผมมันส่วนเกิน" โธ่เอ๋ย ก็ถ้าไม่มีพวกคุณแล้วใครจะช่วยลุยน้ำลุยโคลนเข้าไปหาผู้รอด(และผู้เสีย)ชีวิตเล่า แหม...น้อยใจไปได้ พวกเราออกจะตั้งใจหาของมาให้โดยเฉพาะเลยนะ ;)

เข้าไปในวัดต่อ ซื้อมุ้งครอบทารกมาฝากเบบี๋น้อย 2 คนโดยเฉพาะ ตัวเล็กขนาดนี้ นอนกันที่วัด ไม่รู้ยุง แมลง อะไรยังไงมั่งหรือเปล่า แต่ที่เห็นแน่ๆ กลางวันก็มีแมลงวันคอยบินมากวนอยู่ พร้อมด้วยเสื้อผ้าแขน-ขายาวสำหรับเบบี๋อีกหน่อย และกางเกงในไซส์ใหญ่พิเศษสำหรับคุณพี่ คุณป้า คุณน้า คุณอาทั้งหลาย ที่กางเกงในไซส์ L ธรรมดาที่เอาไปเมื่อวานไม่สามารถ เจอไซส์ใหญ่พิเศษที่ศรีไสวเลยต้องสอยมาฝาก (ตอนส่งให้คุณยายท่านนึง ตอนแรกแกก็เหมือนจะไม่เอา แกว่าตัวเล็กหรือเปล่า บอกว่า "ไม่เล็กแล" กางให้แกดู แกถึงค่อยดีใจที่ใส่ได้ สงสัยส่วนมากจะเล็กไป)

เปลี่ยนใจไม่ไปกันที่บ้านคลองแห้งเพราะมีฝนตก ทางไปที่นั่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่สำหรับรถแก่ๆ อย่างเรา เปลี่ยนเป็นเข้าลึกไปต่อจากที่วัดถ้ำโกบหนะแหละ เค้าว่าบ้านห้วยแก้วก็หนักหนา มีชาวบ้านเดือดร้อนอยู่เยอะ เลยว่าจะเอาเสื้อผ้าที่ร้านศรีไสวฝากมาไปส่งที่นั่น (เพราะที่วัดล้นมากๆ จนไม่มีที่จะไว้แล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่านายอำเภอให้รอนับคน นับครอบครัว จัดแยกให้ตามจำนวนอีก แล้วเมื่อไหร่มันจะได้ระบายหละนั่น แทบไม่มีที่เหลือแล้ว และที่สำคัญ คนเดือดร้อนจะต้องรอจนจัดการกองภูเขานี่เสร็จแล้วระหว่างนี้จะใช้อะไร?)
แต่แล้วก็ต้องกลับลำเหมือนเดิม ไปไม่ถึงจุดเกิดเหตุอีกแล้ว ทางชำรุด และยังมีฝนตกอยู่ (ตกเอาโล่ห์หรือไงค๊า ทุกวันเลยจริงๆ - -")

สะพานนี้พังไปแล้ว แต่ได้รับการซ่อมชั่วคราวแล้ว เอาดินเอาหินมาถมไว้ วันเกิดเหตุน้ำท่วมสะพานทางขาดเลย

สรุปเราเลยไปถึงได้แค่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เลี้ยวเข้าไปดูว่าจะฝากไว้ที่นี่ดีมั้ย แต่ปรากฎว่าบ้านผู้ใหญ่ก็ของเยอะมากกก กำลังนั่งแพ็คอาหารแห้งกันอยู่ เสื้อผ้าก็กองโต น้ำกองภูเขา เลยตัดสินใจว่างั้นเราเก็บไว้ไปให้ในพื้นที่คลองใหญ่ ทับปริก ห้วยโต้ บ้านเราแล้วกันนะ (หรือที่อื่นที่ได้แต่อาหารและน้ำ) ตรงนี้สื่อถึง คนเทมาส่งกันทางนี้ล้นหลามมาก บ้านเราสิเงียบกริบ
แต่เราขอแบ่งน้ำดื่มจากบ้านผู้ใหญ่ไปแทน เพราะระหว่างทางที่มาบ้านผู้ใหญ่ได้ลงไปถามทางชาวบ้านและได้คุยกัน ชาวบ้านบ่นให้ฟังว่าไม่มีน้ำดื่ม จะอดน้ำกันแล้ว แถวนี้ 5-6 หลัง ไม่โดนน้ำท่วมก็เลยไม่กล้าไปขอจากที่จุดแจกจ่ายด้วย ไม่โดนน้ำท่วมก็จริง แต่ตอนนี้ไม่มีน้ำดื่มขายเลย พวกเค้าเลยขาดน้ำดื่ม เราก็งงๆ ว่าแล้วไม่มีน้ำฝนกันหรอ แถวบ้านเรา (รวมถึงบ้านเรา) ยังมีโอ่งเก็บน้ำฝนกินกันทั้งนั้น พอไปเอาน้ำขวดมาส่งให้อีกรอบแล้วถามดูใหม่ ถึงได้ความว่าน้ำฝนแถวนี้เค้าประกาศห้ามดื่ม เพราะว่ามีโรงงานโม่หินอยู่ ทำให้มีฝุ่นละออง สิ่งปนเปื้อนต่างๆ สกปรกและเป็นอันตราย ทางโรงพยาบาลก็สั่งว่าไม่ให้ดื่มกิน จึงดื่มน้ำขวดขายกัน ... O_O ตายหละวา ซื้อน้ำขวดกินกันตลอด ไหวมั้ยเนี่ย ... ป๊าก็เลยว่าก็รอให้ฝนตกแรงๆ ผ่านไปซัก 10 นาที ฝนก็ล้างออกหมดแล้ว ค่อยรองกินสิ เค้าก็ว่าถึงยังไงก็ไม่มีใครกล้ากินหรอก ... งืมมม
ตอนที่เราขอแบ่งน้ำจากผู้ใหญ่บ้านมา แกย้ำนักย้ำหนาว่า (ย้ำมากกกกกกกก ถ้าพูดรอบเดียวก็คงไม่คิดอะไร) "ฝากบอกด้วยว่าผู้ใหญ่ฝากมา อย่าลืมนะ" โหววว...คุณผู้ใหญ่ออกสตางค์ซักกี่มากน้อยคะเนี่ย!!!? ของบริจาคทั้งนั้น แล้วผู้ใหญ่ก็ไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่ามีคนขาดน้ำ (แต่ก็รู้และพูดอยู่นะว่าน้ำดื่มที่รถเข้ามาส่งหนะเค้าไม่มาหลายวันแล้ว) แล้วก็เป็นพวกเราที่ลงไปคุยกับชาวบ้านและนำไปให้ แหม...ยังจะหาเสียงอี๊กกก - -"
เอาน้ำกลับลงไปให้ชาวบ้านแล้วก็กลับบ้าน จบภาระกิจวันนี้แบบหมดแรง เพลียสะสมหลายวัน พรุ่งนี้คงเบาๆ กว่านี้นิดนึงให้พอหายเหนื่อยแล้วก็ค่อยลุยใหม่
ลิงค์ถาวร
|