|
เท่าที่ผมนึกอาจจะเรียกได้ว่า "ไม่มี" ผมซึ่งเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องของความเลอเลิศของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มีแต่ข้อดีหรือข้อเสียเพียงด้านเดียว แต่เท่าที่พยายามนึกหาข้อเสียของ Home School แล้วนึกไม่ออก เพราะจริงๆแล้วมันขึ้นอยู่ที่ตัวผู้สอนเสียมากกว่า ไม่ต่างจากระบบในโรงเรียน ผมซึ่งได้รู้จักการใช้งานอินเตอร์เน็ตมาเมื่อหลายปีก่อนก็รู้สึกได้ในทันทีว่า ทุกวันนี้เรายังต้องไปโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยกันอีกทำไม และเราสามารถพึ่งตนเองได้แทบทุกอย่าง โดยใช้การพึ่งพาเทคโนโลยีนี้เป็นเครื่องมือสำคัญ แต่ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีมันก็ไม่ใช่ว่าจะหมดหนทางแต่ต้องใช้พลังที่มากขึ้นเท่านั้นเอง
เรื่องสำคัญที่จะมีคนแย้งแทบจะเรียกได้เป็นเอกฉันท์คือ "แล้วลูกไม่ต้องมีสังคมหรือยังไง" "เด็กมันต้องมีสังคม ต้องมีเพื่อนเล่น" "สิ่งสำคัญคือ EQ และ MQ ด้วยไม่ใช่ IQ อย่างเดียว" "คนเรามันต้องมีสังคมไว้พึ่งพาอาศัยกัน" ทุกวลีที่กล่าวมาล้วนไปในทางเดียวกันที่คนส่วนใหญพอจะนึกออกก็ไม่พ้นเรื่องพวกนี้ คือ "คนเรามันต้องมีสังคม"
แน่นอนว่าผมไม่ปฏิเสธสิ่งนี้ การใช้อินเทอร์เน็ตทำให้เรายิ่งมีสังคมที่มีคุณภาพและตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น เราสามารถหาจุดตัดที่เราจะพบเจอสังคมที่ตรงกับเราได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ยกตัวอย่างเช่น หากเราเดินไปตามท้องถนน ขึ้นรถโดยสาร ไปห้าง สวนสาธารณะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่เราพบเจอเป็นอย่างไรและเหมาะกับเราหรือเปล่า เราอาจจะพูดคุยทักทายแต่แล้วสิ่งนี้ไม่ค่อยจะได้ประสิทธิภาพสักเท่าไร มันช่างยากเย็นแสนเข็ญเหมือนงมเข็ม โอกาสที่จะตรงเป้าหมายคือ 1 ในหลายล้านสำหรับประชากรชาวไทย
แต่จะง่ายขึ้นถ้าเราเข้าไปในสมาคมที่เราสนใจ อย่างวัด โบสถ์ งานสัมนา โอกาสอาจจะลดลงเหลือแค่หลักร้อยได้ ก็เป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่อินเทอร์เน็ตทำให้เราได้ผ่านกระบวนกลั่นกรองกันอีกรอบจากการปฏิสัมพันธ์กันในโลกไซเบอร์แล้ว โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนเลย ไม่ต้องเสียเวลา เสียพลังงานในการสุ่มไปมากมาย
ทุกวันนี้มีผู้มาเยี่ยมเยียนบ้านเราบ่อยๆ หรือเราไปหาพวกเค้าจากสิ่งที่เราสนใจจนกลายมาเป็นกัลยาณมิตรที่พึ่งพาอาศัยกันได้โดยไม่ขัดเขินและคุยกันรู้เรื่องตรงจุด และส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่สนใจใน Home School ไม่ต้องเจอะเจอประเด็นที่น่าเบื่ออย่าง "ทำงานเป็นไง เงินดีไหม เงินเดือนเท่าไรแล้ว ร่ำรวยหรือยัง ทำงานอะไรดีถึงจะรวย เมื่อไรจะรวยสักที " จนทุกวันนี้เราแทบไม่ค่อยได้อยู่กับบ้านสักเท่าไรเพราะมัวแต่ไปเข้าสังคมกันเสียมากกว่าและเป็นสังคมที่เราคัดกรองแล้ว ทั้งหมดนี้มาจากอินเทอร์เน็ต ไม่ใช่มั่วๆแบบการเข้าระบบโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ที่โอกาสจะเกิดจุดตัดที่เหมาะสมกับเรามีน้อยเหมือนกับการเดินสุ่มเช่นกัน
อีกทั้งยังเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าห้องเรียน โรงเรียน มหาวิทยาลัยเล็กๆอีกด้วย แต่เป็นสังคมของโลกทั้งใบเลยทีเดียว เชื่อว่าถ้ามีมนุษย์อาศัยอยู่ดาวอังคารก็คงจะเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกันได้อีกด้วย
นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้อง Home School สิ่งเหล่านี้เท่านั้นที่เราไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นฟังได้ในไม่กี่ประโยคเพราะเป็นตัวอย่างที่คนยุคปัจจุบันยังไม่เคยชินโดยเฉพาะรุ่นพ่อแม่เราขึ้นไป จนกว่าพวกเขาจะได้เห็นมันจากสิ่งที่เราทำ พอดีว่ามีคนจุดประกายกันใน "ไม่จำเป็นต้องไปมหาวิทยาลัยอีกแล้วเพราะมันล้าหลัง" ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เลยได้เวลาเขียนถึงเรื่องนี้กันสักที
ลิงค์ถาวร
|